วันศุกร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2553

การวิเคราะห์เว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ตอนที่ 2)



บทที่ 3
วิธีการดำเนินการวิจัย
ในการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณและเปรียบเทียบลักษณะเด่นในด้านการออกแบบ
เนื้อหา และการบริหารจัดการเว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ซึ่งผู้วิจัยได้
ดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้
1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
3. การเก็บรวบรวมข้อมูล
4. วิธีการและสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
1. ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ เว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏ
จำนวน 41 แห่ง จำแนกเป็นกลุ่มมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้ 8 กลุ่มดังนี้
ลำดับที่ กลุ่มมหาวิทยาลัย สำนักวิทยบริการ ตัวชี้แหล่งในอินเทอร์เน็ต (URL)
1 กลุ่มล้านนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย http://www.lib.ricr.ac.th
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ http://www.iarc.crmi.ac.th
มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง http://www.lib.lpru.ac.th
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ http://library.uru.ac.th
2 กลุ่มพุทธชินราช มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร http://www.rikp.ac.th
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ http://www.nsru.ac.th/
มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม http://library.psru.ac.th
มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ http://arc.ripb.ac.th
3 กลุ่มอีสาน-เหนือ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม http://arcm.rmu.ac.th
มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย http://web.lru.ac.th/~library
มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร http://libweb.snru.ac.th
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี http://library.udru.lac.th
มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ http://www.ric.ac.th
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครพนม http://library.rru.ac.th
47
ลำดับที่ กลุ่มมหาวิทยาลัย สำนักวิทยบริการ ตัวชี้แหล่งในอินเทอร์เน็ต (URL)
4 กลุ่มอีสาน-ใต้ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา http://arc.nrru.ac.th
มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ http://lib.ribr.ac.th
มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ http://www.sskru.ac.th/lib
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ http://library.srru.ac.th
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี http://www.lib.riubon.ac.th
มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด http://www.roi-et.ac.th
มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ http://www.ksu.ac.th
5 กลุ่มศรีอยุธยา มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี http://library.rits.ac.th
มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา http://websis.aru.ac.th/arc
มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี http://media.qru.ac.th
มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ http://library.rru.ac.th
6 กลุ่มทวารวดี มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี http://lib.kru.ac.th/
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม http://netlib.rinp.ac.th/web/index.html
มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี http://gold.rajabhat.edu
มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง http://weblibrary.rimc.ac.th
7 กลุ่มทักษิณ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช http://arc.rint.ac.th
มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต http://lib.riphuket.ac.th
มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา http://arc.yru.ac.th
มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา http://arc.riska.ac.th
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี http://www.arc.sru.ac.th
8 กลุ่มรัตนโกสินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม http://lib.chandra.ac.th
มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี http://arc.dru.ac.th
มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร http://pnru.ac.th/offi/library
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต http://www.arc.dusit.ac.th
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา http://library.riss.ac.th
มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา http://arcbs.bsru.ac.th
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ http://lib.vru.ac.th
48
2. กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ เว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏที่
ได้จากวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง จำนวน 8 แห่ง โดยเลือก 1 แห่งจากแต่ละกลุ่ม
มหาวิทยาลัยทั้ง 8 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มล้านนา กลุ่มพุทธชินราช กลุ่มอีสาน-เหนือ กลุ่มอีสาน-ใต้ กลุ่มศรี
อยุธยา กลุ่มทวารวดี กลุ่มทักษิณ และกลุ่มรัตนโกสินทร์ เว็บไซต์ที่ใช้เป็นกลุ่มตัวอย่างมีดังนี้
2.1 กลุ่มล้านนา สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์
2.2 กลุ่มพุทธชินราช สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์
2.3 กลุ่มอีสาน-เหนือ สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
2.4 กลุ่มอีสาน-ใต้ สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
2.5 กลุ่มศรีอยุธยา สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี
2.6 กลุ่มทวารวดี สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี
2.7 กลุ่มทักษิณ สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
2.8 กลุ่มรัตนโกสินทร์ สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ แบบวิเคราะห์เนื้อหาที่ผู้วิจัยออกแบบและสร้างขึ้น โดยมี
รายละเอียดดังนี้
1. ข้อมูลเบื้องต้นของเว็บไซต์ ได้แก่ ชื่อสำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ที่อยู่ของ
เว็บไซต์ วันและเวลาที่ทำการวิเคราะห์
2. ข้อมูลเกี่ยวกับเว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ซึ่งเป็นมาตรประมาณ
ค่า (Rating scale) ที่สร้างขึ้นตามแบบของลิเคิร์ท (Likert scale) (พวงรัตน์ ทวีรัตน์ 2540 : 8) โดย
คำถามจะเกี่ยวข้องกับการออกแบบ เนื้อหา การบริหารจัดการเว็บไซต์
2.1 ด้านการออกแบบจะประกอบไปด้วย 7 ประเด็นย่อย ได้แก่
2.1.1 จุดเด่นหรือเอกลักษณ์ มีจุดเด่นหรือเอกลักษณ์ในการนำเสนอข้อมูลที่ตรงกับ
มหาวิทยาลัยราชภัฏนั้นๆ
2.1.2 การจัดวางข้อมูล มีการจัดวางข้อมูลภายในเว็บไซต์ที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน มี
การจัดเรียงข้อมูลเป็นหมวดหมู่
2.1.3 การจัดระบบข้อมูล มีการออกแบบระบบข้อมูลที่ใช้งานง่าย มีโครงสร้าง
ข้อมูลที่มีความสะดวกในการค้นหา
2.1.4 การใช้สีของเว็บไซต์ มีการเลือกใช้สีภายในเว็บไซต์ที่เหมาะสม เพื่อทำให้
อ่านง่าย สบายตา สีที่ใช้สามารถดึงดูดความสนใจผู้เข้ามาใช้บริการ
49
2.1.5 ตัวอักษร มีการใช้ตัวอักษรที่เหมาะสม ทั้งรูปแบบและขนาด อ่านง่ายไม่เล็ก
หรือใหญ่จนเกินไป
2.1.6 ระบบนำทาง มีรูปแบบระบบนำทางในเว็บไซต์ที่เหมาะสม ค้นหาข้อมูลต่างๆ
ได้อย่างง่ายดาย สะดวกรวดเร็ว
2.1.7 รูปภาพ มีการเลือกใช้ชนิดของแฟ้มรูปภาพในเว็บไซต์ที่เหมาะสมตาม
คุณสมบัติของการจัดรูปแบบชนิด GIF, JPEG และ PNG
2.2 ด้านเนื้อหาจะประกอบไปด้วย 3 ประเด็นย่อย ได้แก่
2.2.1 มีปรัชญา พันธกิจ วิสัยทัศน์ เนื้อหาบนเว็บไซต์มีปรัชญา พันธกิจ วิสัยทัศน์
ของเว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏนั้นๆ
2.2.2 การปรับข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ข้อมูลที่นำเสนอมีความทันสมัย มีการระบุวันที่
ในการเปลี่ยนแปลงข้อมูล มีการระบุสัญลักษณ์หรือข้อความในการเปลี่ยนแปลงข้อมูล
2.2.3 ความถูกต้องครบถ้วน ข้อมูลที่นำเสนอในเว็บไซต์มีความสมบูรณ์ ละเอียด
ชัดเจน ข้อมูลที่แสดงมีความถูกต้องทั้งในเรื่องการใช้ประโยค เครื่องหมายวรรคตอนและการสะกดคำ
2.3 ด้านการบริหารจัดการเว็บไซต์จะประกอบไปด้วย 3 ประเด็นย่อย ได้แก่
2.3.1 ความเร็วในการเชื่อมโยง มีระยะเวลาที่ใช้ในการเชื่อมโยงข้อมูลและ
ดาว์นโหลดข้อมูลที่เหมาะสมไม่ช้าจนเกินไป
2.3.2 ความถูกต้องในการเชื่อมโยง มีการเชื่อมโยงไปยังแฟ้มเอกสาร เว็บเพจต่างๆ
อย่างถูกต้อง เที่ยงตรง
2.3.3 การให้ความช่วยเหลือหรือแนะนำผู้ใช้ มีคำอธิบาย วิธีการใช้ คำแนะนำ มี
ระบบการค้นหาข้อมูล มีข้อมูลสำหรับติดต่อ เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ แผนที่ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
50
การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
ในการสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ผู้วิจัยได้ดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้
ขั้นที่ 1 ศึกษาถึงขั้นตอนการสร้างแบบบันทึกจากทฤษฎี หลักการ และแนวคิดจากเอกสาร
ตำรา รายงานการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์เนื้อหาเว็บไซต์
ขั้นที่ 2 สร้างเครื่องมือตามกรอบแนวความคิดโดยให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการ
วิจัย
ขั้นที่ 3 สร้างแบบบันทึกตามกรอบแนวความคิดและขอบข่ายของการวิจัย
ขั้นที่ 4 นำเครื่องมือที่สร้างขึ้นเสนอคณะกรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์เพื่อตรวจสอบและ
แก้ไข หลังจากนั้นส่งเครื่องมือให้ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 ท่านตรวจสอบความเที่ยงตรงตามเนื้อหาและ
ความเหมาะสมของการใช้ภาษาดังนี้
4.1 รศ. ดร. ธำรงรัตน์ อมรรักษา
4.2 ผศ. ดร. ธีรณี อจลากุล
4.3 ผศ. ดร. ณัฐนาท เหมือนสุวรรณ
4.4 ดร. เนาวรัตน์ แย้มแสงสังข์
4.5 ดร. พรรณี สวนเพลง
ขั้นที่ 5 ปรับปรุงแก้ไขเครื่องมือตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญดังนี้
5.1 แบบวิเคราะห์ตอนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับด้านการออกแบบเว็บไซต์ให้ตัดหัวข้อมี
การใช้สีประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏประกอบ เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าไม่น่าเกี่ยวกับการออกแบบ
เว็บไซต์ที่ดี และให้เพิ่มหัวข้อมีระบบนำทางแบบลำดับชั้น เพื่อให้สอดคล้องกับเนื้อหาในบทที่ 2
5.2 แบบวิเคราะห์ตอนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับด้านเนื้อหาเว็บไซต์ หัวข้อมีความ
สอดคล้องกับปรัชญา พันธกิจ วิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ให้แก้ใหม่เป็น มีปรัชญา พันธกิจ
วิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏ และหัวข้อข้อมูลที่แสดงมีความสมบูรณ์ครบถ้วน แก้ใหม่เป็น
ข้อมูลที่แสดงมีความสมบูรณ์ชัดเจน ละเอียด
5.3 แบบวิเคราะห์ตอนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับด้านการบริหารจัดการเว็บไซต์ หัวข้อ
ระยะเวลาในการเชื่อมโยงข้อมูล ระยะเวลาที่ใช้ในการดาว์นโหลดข้อมูล และขนาดของแฟ้มรูปภาพที่
ใช้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้แก้เป็น ระยะเวลาที่ใช้ในการเชื่อมโยงน้อย ระยะเวลาที่ใช้ในการดาว์นโหลด
น้อย และแฟ้มรูปภาพที่ใช้มีขนาดใหญ่
ภายหลังการแก้ไขตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญทั้ง 5 ท่านแล้ว หัวข้อคำถามที่ใช้ในการเก็บ
ข้อมูลในแต่ละด้าน แต่ละประเด็นย่อยสามารถจำแนกได้ดังนี้
51
1. ด้านการออกแบบ
ประเด่นย่อย หัวข้อคำถาม
1.1 จุดเด่นหรือเอกลักษณ์ 1.1 มีจุดเด่นหรือเอกลักษณ์ของเว็บไซต์
1.2 มีจุดเด่นหรือเอกลักษณ์ในการนำเสนอข้อมูล
1.3 มีการใช้เทคโนโลยีประกอบในการนำเสนอข้อมูล
1.2 การจัดวางข้อมูล 1.4 มีการจัดวางข้อมูลที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน
1.5 มีการจัดเรียงข้อมูลเป็นหมวดหมู่
1.3 การจัดระบบข้อมูล 1.6 มีโครงสร้างข้อมูลแบบลำดับชั้น
1.7 มีโครงสร้างข้อมูลแบบข้อความหลายมิติ
1.8 มีโครงสร้างข้อมูลแบบฐานข้อมูล
1.9 มีแบบแผนระบบข้อมูลแบบแน่นอน
1.10 มีแบบแผนระบบข้อมูลแบบไม่แน่นอน
1.4 การใช้สีของเว็บไซต์ 1.11 สีที่ใช้สามารถดึงดูดความสนใจผู้เข้ามาใช้บริการ
1.12 มีการเลือกใช้สีพื้นหลังที่เหมาะสม สบายตา
1.5 ตัวอักษร 1.13 มีการใช้สีตัวอักษรที่เหมาะสม เห็นเด่นชัด
1.14 มีการใช้รูปแบบตัวอักษรที่เหมาะสม อ่านง่าย
1.15 มีการใช้ขนาดตัวอักษรที่เหมาะสม อ่านง่าย
1.6 ระบบนำทาง 1.16 มีระบบนำทางแบบลำดับชั้น
1.17 มีระบบนำทางแบบครอบคลุม
1.18 มีระบบนำทางแบบเฉพาะที่
1.19 มีระบบนำทางเฉพาะส่วน
1.7 รูปภาพ 1.20 การใช้แฟ้มรูปภาพชนิด GIF
1.21 การใช้แฟ้มรูปภาพชนิด JPEG
1.22 การใช้แฟ้มรูปภาพชนิด PNG
52
2. ด้านเนื้อหาเว็บไซต์
ประเด่นย่อย หัวข้อคำถาม
2.1 มีปรัชญา พันธกิจ วิสัยทัศน์ 2.1 มีปรัชญา พันธกิจ วิสัยทัศน์ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏ
2.2 มีความสอดคล้องกับหัวข้อ หัวเรื่องที่แสดงไว้
2.2 การปรับข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน 2.3 ข้อมูลที่นำเสนอมีความทันสมัย
2.4 มีการปรับข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน
2.5 มีการระบุที่มาของข้อมูล
2.6 มีการระบุวันที่ในการเปลี่ยนแปลงข้อมูล
2.7 มีการระบุสัญลักษณ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อมูล
2.3 ความถูกต้องครบถ้วน 2.8 ข้อมูลที่แสดงมีความสมบูรณ์ ละเอียด ชัดเจน
2.9 ภาษาและรูปแบบประโยคที่ใช้มีความเหมาะสมตามหลักวิชาการ
2.10 ข้อมูลที่แสดงมีความถูกต้องในเรื่องการใช้ เครื่องหมายวรรคตอน
และการสะกดคำ
3. ด้านการบริหารจัดการเว็บไซต์
ประเด่นย่อย หัวข้อคำถาม
3.1 ความเร็วในการเชื่อมโยง 3.1 ระยะเวลาในการเชื่อมโยงข้อมูลน้อย
3.2 ระยะเวลาการดาวน์โหลดข้อมูลน้อย
3.3 แฟ้มรูปภาพที่ใช้มีขนาดใหญ่
3.4 จำนวนของแฟ้มรูปภาพที่ใช้
3.5 ปริมาณข้อมูล เช่น ตัวอักษร ที่อยู่บนเว็บไซต์
3.2 ความถูกต้องในการเชื่อมโยง 3.6 ความถูกต้องในการเชื่อมโยง
3.3 การให้ความช่วยเหลือ
หรือแนะนำผู้ใช้
3.7 มีระบบช่วยเหลือ แนะนำผู้เข้ามาใช้บริการ
3.8 มีคำอธิบาย วิธีการใช้สิ่งต่างๆ ที่อยู่บนเว็บไซต์
3.9 มีระบบการค้นหาข้อมูล
3.10 มีข้อมูลสำหรับติดต่อ เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ แผนที่
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
53
การเก็บรวบรวมข้อมูล
1. ผู้วิจัยทำการศึกษาเว็บไซต์ของสำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏที่เป็นกลุ่ม
ตัวอย่าง จำนวน 8 แห่ง แล้วบันทึกข้อมูลเก็บรายละเอียดต่างๆ ไว้ในแบบบันทึกข้อมูล เพื่อใช้ในการ
วิเคราะห์เว็บไซต์ในด้านการออกแบบ เนื้อหา และการบริหารจัดการ
2. ทำการวิเคราะห์เปรียบเทียบลักษณะเด่นในด้านการออกแบบ เนื้อหา และการบริหาร
จัดการเว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ที่ได้จากกลุ่มตัวอย่างทั้ง 8 แห่ง
วิธีการและสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงปริมาณโดยใช้สถิติพรรณนาซึ่งได้จากการวิเคราะห์เนื้อหาที่มี
อยู่บนเว็บไซต์ รายละเอียดของกระบวนการที่ใช้สามารถสรุปได้ดังนี้
1. เข้าไปที่เว็บไซต์ที่เป็นกลุ่มตัวอย่างทั้ง 8 ในวันเดียวกัน และในเวลาที่ใกล้เคียงกัน
2. เก็บข้อมูลของเว็บไซต์ที่เป็นกลุ่มตัวอย่างในด้านการออกแบบ เนื้อหาและการบริหาร
จัดการลงในแบบบันทึกที่สร้างขึ้น
3. นำผลที่ได้มาวิเคราะห์และประมวลผลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูปไมโครซอฟต์
เอ็กเซล (Microsoft Excel) ให้อยู่ในรูปของค่าเฉลี่ย ( _
x ) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ในแต่ละ
ด้าน ประเด็น และหัวข้อต่างๆ
ค่าเฉลี่ย ( _
x ) ถูกใช้เพื่อหาค่ากลางของข้อมูลทั้งหมด ซึ่งได้จากการหารผลรวมของข้อมูล
ดังกล่าวทุกๆ ค่าด้วยจำนวนข้อมูลทั้งหมด
Σ==
N
i 1
N
1 i
_
x x
เมื่อ N แทนจำนวนข้อมูลทั้งหมด และ xi แทนค่าของข้อมูล
ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ถูกใช้เพื่อวัดค่าความแตกต่างโดยเฉลี่ยระหว่างค่าแต่ละค่าของ
ข้อมูลชุดนั้นกับค่าเฉลี่ยระหว่างค่าแต่ละค่าของข้อมูลทั้งชุด
Σ=
= −
N
i 1
2
_
(xi x )
N
S.D. 1
54
เกณฑ์การกำหนดค่าระดับการพบที่แสดงในแบบบันทึกในตอนที่ 2 ได้กำหนดค่าระดับการ
พบตามเกณฑ์ดังนี้ (ประคอง กรรณสูตร 2540 : 204)
5 หมายถึง ระดับการพบ มากที่สุด
4 หมายถึง ระดับการพบ มาก
3 หมายถึง ระดับการพบ ปานกลาง
2 หมายถึง ระดับการพบ น้อย
1 หมายถึง ระดับการพบ น้อยที่สุด
ในการให้ค่าคะแนนระดับการพบทั้ง 5 นั้นจะเป็นการประเมินและเปรียบเทียบกันภายใน
กลุ่มตัวอย่างทั้ง 8 เท่านั้น วิธีการประเมินค่าคะแนนระดับการพบในแต่ละหัวข้อคำถามมีดังนี้
1. ด้านการออกแบบ
ประเด่นย่อย วิธีการประเมิน
1.1 จุดเด่นหรือเอกลักษณ์ หัวข้อ 1.1: ในแต่ละเว็บไซต์กลุ่มตัวอย่าง จะเริ่มตรวจสอบที่หน้าโฮมเพจ
ว่ามีจุดเด่นหรือเอกลักษณ์เป็นไปตามหัวข้อคำถามที่กำหนดไว้หรือไม่ ถ้า
พบให้นับเป็น 1 คะแนน ถ้าไม่พบ ให้นับเป็น 0 คะแนนคำว่าจุดเด่นหรือ
เอกลักษณ์ หมายถึง มีการแสดงภาพสัญลักษณ์หรือสีที่เป็นแบบเฉพาะของ
เว็บไซต์อย่างเด่นชัด จากนั้นจะทำการเลือกแบบสุ่มไปยังหน้าเว็บไซต์
อื่นๆ ของเว็บไซต์กลุ่มตัวอย่างแล้วทำการตรวจสอบเช่นเดียวกับหน้า
โฮมเพจเป็นจำนวน 4 หน้าเว็บไซต์ ผลรวมของคะแนนที่ได้จะถูกบันทึก
ไว้ในแบบวิเคราะห์เนื้อหา ซึ่งมีระดับคะแนนผลลัพธ์ได้ตั้งแต่ 0 ถึง 5 โดย
คะแนนรวม 0 หมายถึง ไม่มีการพบ
หัวข้อ1.2: เช่นเดียวกันกับหัวข้อ 1.1 แต่จะเป็นการตรวจสอบหาจุดเด่น
หรือเอกลักษณ์ในการนำเสนอข้อมูล โดยจะพิจารณาจากภาพรวมของ
เว็บไซต์ในแต่ละหน้าว่ามีจุดเด่นหรือเอกลักษณ์ในการนำเสนอข้อมูลที่
แตกต่างจากเว็บไซต์อื่นทั่วๆ ไปหรือไม่
หัวข้อ 1.3: เช่นเดียวกันกับหัวข้อ 1.1 แต่จะเป็นการตรวจสอบการใช้
เทคโนโลยีประกอบในการนำเสนอข้อมูล โดยจะพิจารณาจากเว็บไซต์ใน
แต่ละหน้าว่ามีการใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการทำเว็บไซต์ที่แตกต่าง
จากเว็บไซต์อื่นทั่วๆ ไปหรือไม่
55
1. ด้านการออกแบบ
ประเด่นย่อย วิธีการประเมิน
1.2 การจัดวางข้อมูล หัวข้อ 1.4: เช่นเดียวกันกับหัวข้อ 1.1 แต่จะเป็นการตรวจสอบการจัดวาง
ข้อมูลในแต่ละหน้าเว็บไซต์ว่ามีความเรียบง่าย ไม่ซับซ้อนหรือไม่
หัวข้อ 1.5: เช่นเดียวกันกับหัวข้อ 1.4
1.3 การจัดระบบข้อมูล หัวข้อ 1.6-1.10: ในแต่ละเว็บไซต์กลุ่มตัวอย่าง จะเริ่มตรวจสอบที่หน้า
โฮมเพจว่ามีการจัดระบบข้อมูลเป็นไปตามหัวข้อคำถามที่กำหนดไว้
หรือไม่ ถ้าพบให้นับเป็น 1 คะแนน ถ้าไม่พบ ให้นับเป็น 0 คะแนน
จากนั้นจะทำการเลือกแบบสุ่มไปยังหน้าเว็บไซต์อื่นๆ ของเว็บไซต์กลุ่ม
ตัวอย่างแล้วทำการตรวจสอบเช่นเดียวกับหน้าโฮมเพจเป็นจำนวน 4 หน้า
เว็บไซต์ ผลรวมของคะแนนที่ได้จะถูกบันทึกไว้ในแบบวิเคราะห์เนื้อหา
ซึ่งมีระดับคะแนนผลลัพธ์ได้ตั้งแต่ 0 ถึง 5 โดยคะแนนรวม 0 หมายถึง ไม่
มีการพบ
1.4 การใช้สีของเว็บไซต์ หัวข้อ 1.11-1.12: ในแต่ละเว็บไซต์กลุ่มตัวอย่าง จะเริ่มตรวจสอบที่หน้า
โฮมเพจว่ามีการเลือกใช้สีที่ดึงดูดความสนใจ หรือสีพื้นหลังที่เหมาะสม
สบายตาหรือไม่ ถ้าพบให้นับเป็น 1 คะแนน ถ้าไม่พบ ให้นับเป็น 0
คะแนน คำว่าดึงดูดความสนใจ หมายถึง มีการเลือกใช้สีที่ตัดกันระหว่าง
พื้นหลังกับตัวหนังสือ คำว่าเหมาะสม หมายถึง การเลือกใช้สีโทนอ่อน
หรือเข้มกับพื้นหลัง จากนั้นจะทำการเลือกแบบสุ่มไปยังหน้าเว็บไซต์อื่นๆ
ของเว็บไซต์กลุ่มตัวอย่างแล้วทำการตรวจสอบเช่นเดียวกับหน้าโฮมเพจ
เป็นจำนวน 4 หน้าเว็บไซต์ ผลรวมของคะแนนที่ได้จะถูกบันทึกไว้ในแบบ
วิเคราะห์เนื้อหา ซึ่งมีระดับคะแนนผลลัพธ์ได้ตั้งแต่ 0 ถึง 5 โดยคะแนน
รวม 0 หมายถึง ไม่มีการพบ
1.5 ตัวอักษร หัวข้อ 1.13-1.15: เช่นเดียวกันกับประเด็นย่อยที่ 1.4
1.6 ระบบนำทาง หัวข้อ 1.16-1.19: เช่นเดียวกันกับประเด็นย่อยที่ 1.3
1.7 รูปภาพ หัวข้อ 1.20-1.22: เช่นเดียวกันกับประเด็นย่อยที่ 1.3
56
2. ด้านเนื้อหาเว็บไซต์
ประเด่นย่อย วิธีการประเมิน
2.1 มีปรัชญา พันธกิจ วิสัยทัศน์ หัวข้อ 2.1: ในแต่ละเว็บไซต์กลุ่มตัวอย่าง จะทำการตรวจสอบที่หน้า
โฮมเพจว่ามีปรัชญา พันธกิจ วิสัยทัศน์ ของสำนักวิทยบริการมหาวิทยาลัย
ราชภัฏนั้นๆ อย่างชัดเจนหรือไม่ ถ้ามีครบทั้ง 3 หัวข้อจะนับเป็น 5 คะแนน
ถ้ามีเพียง 2 หรือ 1 หัวข้อจะนับเป็น 4 หรือ 3 คะแนนตามลำดับ ในกรณีที่
เว็บไซต์กลุ่มตัวอย่างไม่มี ข้อมูลทั้ง 3 แสดงไว้อย่างชัดเจน แต่มีข้อมูลที่
เกี่ยวข้องกันจะนับเป็น 2 และ 1 คะแนนตามสัดส่วน ถ้าไม่พบข้อมูลที่
เกี่ยวข้องเลยจะนับคะแนนเป็น 0
หัวข้อ 2.2: เช่นเดียวกันกับประเด็นย่อยที่ 1.3
2.2 การปรับข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน หัวข้อ 2.3: ในหัวข้อนี้จะเป็นการตรวจสอบที่หน้าโฮมเพจของแต่ละ
เว็บไซต์กลุ่มตัวอย่างว่า ข้อมูลที่นำเสนอมีความทันสมัยหรือไม่ โดยจะ
พิจารณาจากวันที่ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เช่นข่าวกิจกรรมต่างๆ ถ้า
เหตุการณ์ที่นำเสนอในเว็บไซต์เกิดขึ้นไม่เกิน 3 วันจะนับเป็น 5 คะแนน
ถ้าไม่เกิน 7, 10, 14, 30 จะนับเป็น 4, 3, 2, 1 คะแนนตามลำดับ ถ้าเกินกว่า
นั้นจะนับเป็น 0
หัวข้อ 2.4: เช่นเดียวกันกับประเด็นย่อยที่ 2.3
หัวข้อ 2.5: จะเป็นการตรวจสอบที่หน้าโฮมเพจของแต่ละเว็บไซต์กลุ่ม
ตัวอย่างว่า มีการระบุที่มาของข้อมูลหรือไม่ โดยจะพิจารณาข้อมูลที่แสดง
ทั้งหมด ถ้าข้อมูลทั้งหมดมีการระบุที่มาของข้อมูล จะนับเป็น 5 คะแนน ถ้า
ไม่มีการระบุที่มา 1, 2, 3, 4 แห่ง ก็จะนับเป็น 4, 3, 2, 1 คะแนนตามลำดับ
ถ้าไม่มีการระบุที่มาเลยจะนับเป็น 0
หัวข้อ 2.6-2.7: เช่นเดียวกันกับประเด็นย่อยที่ 2.5
2.3 ความถูกต้องครบถ้วน หัวข้อ 2.8-2.9: เช่นเดียวกันกับประเด็นย่อยที่ 1.3
หัวข้อ 2.10: จะทำการตรวจสอบโดยนับตำแหน่งตัวหนังสือในหน้า
โฮมเพจของแต่ละเว็บไซต์ของกลุ่มตัวอย่าง ถ้าไม่พบคำผิดเลยนับเป็น 5
คะแนน ถ้าเจอคำผิด 1, 2, 3, 4 คำจะนับเป็น 4, 3, 2, 1 คะแนนตามลำดับ
57
3. ด้านการบริหารจัดการเว็บไซต์
ประเด่นย่อย วิธีการประเมิน
3.1 ความเร็วในการเชื่อมโยง หัวข้อ 3.1: จะทำการตรวจสอบโดยการจับเวลาที่ใช้ในการเชื่อมโยงไปยัง
หน้าโฮมเพจของแต่ละเว็บไซต์กลุ่มตัวอย่าง ถ้าใช้เวลาเชื่อมโยง 0-5 วินาที
จะนับเป็น 5 คะแนน ถ้าใช้เวลา 6-10, 11-15, 16-20 วินาทีจะนับเป็น 4, 3,
2 คะแนนตามลำดับ ในกรณีที่ใช้เวลาเชื่อมโยงตั้งแต่ 21 วินาทีขึ้นไป จะ
นับเพียง 1 คะแนน
หัวข้อ 3.2: เช่นเดียวกันกับหัวข้อ 3.1 แต่จะเป็นการจับเวลาที่ใช้ดาวน์
โหลดข้อมูลที่แสดงอยู่ในหน้าโฮมเพจ
หัวข้อ 3.3: จะทำการตรวจสอบโดยการวัดขนาดของแฟ้มรูปภาพส่วนใหญ่
ที่ใช้ในหน้าโฮมเพจของแต่ละเว็บไซต์กลุ่มตัวอย่าง ถ้ามีขนาด 0-10
กิโลไบต์จะนับเป็น 5 คะแนน ถ้ามีขนาด 11-20, 21-30, 31-40 กิโลไบต์จะ
นับเป็น 4, 3, 2 คะแนนตามลำดับ ในกรณีที่แฟ้มรูปภาพส่วนใหญ่มีขนาด
ตั้งแต่ 21 กิโลไบต์ขึ้นไป จะนับเพียง 1 คะแนน
หัวข้อ 3.4: เช่นเดียวกันกับหัวข้อ 1.1 แต่จะเป็นการนับจำนวนของแฟ้ม
รูปภาพที่ใช้ในแต่ละหน้าเว็บเพจ โดยจะพิจารณาจากจำนวนรวมทั้งหมด
ถ้ามีจำนวนมากกว่า 20 รูปขึ้นไปจะนับเป็น 5 คะแนน ถ้ามีจำนวนระหว่าง
16-20, 11-15, 6-10, 1-5 รูปจะนับเป็น 4, 3, 2, 1 คะแนนตามลำดับ ในกรณี
ที่ไม่พบแฟ้มรูปภาพเลยจะนับเป็น 0
หัวข้อ 3.5: เช่นเดียวกันกับหัวข้อ 1.1 แต่จะเป็นการวัดปริมาณข้อมูล เช่น
ตัวอักษร ที่อยู่ในแต่ละหน้าเว็บเพจ โดยวิธีการเปรียบเทียบโดยประมาณ
ระหว่างปริมาณตัวอักษรและพื้นที่ที่ใช้เทียบกับพื้นที่ภายในหน้าเว็บเพจ
นั้นๆ ถ้ามีปริมาณมากกว่า 70 % ขึ้นไปจะนับเป็น 5 คะแนน ถ้ามีปริมาณ
ระหว่าง 60-69, 50-59, 40-49 % จะนับเป็น 4, 3, 2 คะแนนตามลำดับ ใน
กรณีที่มีปริมาณน้อยกว่า 40 % จะนับเพียง 1 คะแนน
3.2 ความถูกต้องในการเชื่อมโยง หัวข้อ 3.6: เช่นเดียวกันกับประเด็นย่อยที่ 1.3
3.3 การให้ความช่วยเหลือ
หรือแนะนำผู้ใช้ หัวข้อ 3.6: เช่นเดียวกันกับประเด็นย่อยที่ 1.3
58
สำหรับเกณฑ์ในการพิจารณาค่าเฉลี่ยของแต่ละระดับการพบ ได้กำหนดการแปลความหมาย
ของค่าเฉลี่ยดังต่อไปนี้ (ประคอง กรรณสูตร 2540 : 204)
4.50 – 5.00 หมายถึง ระดับการพบ มากที่สุด
3.50 – 4.49 หมายถึง ระดับการพบ มาก
2.50 – 3.49 หมายถึง ระดับการพบ ปานกลาง
1.50 – 2.49 หมายถึง ระดับการพบ น้อย
1.00 – 1.49 หมายถึง ระดับการพบ น้อยที่สุด
4. ทำการวิเคราะห์เว็บไซต์ในด้าน ประเด็น และหัวข้อต่างๆ ตามกรอบแนวความคิด นำผล
การวิเคราะห์ที่ได้ในด้านการออกแบบ เนื้อหา และการบริหารจัดการเว็บไซต์ภายในกลุ่มตัวอย่างมา
เปรียบเทียบ เพื่อหาลักษณะเด่นของแต่ละเว็บไซต์
บทที่ 4
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ลักษณะของเว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัย
ราชภัฏในด้านต่างๆ คือ ด้านการออกแบบ ด้านเนื้อหา และด้านการบริหารจัดการเว็บไซต์ และเพื่อ
เปรียบเทียบลักษณะเด่นในทั้ง 3 ด้านของแต่ละสำนักวิทยบริการที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง ผู้วิจัยเสนอผล
การวิเคราะห์ข้อมูลตามลำดับขั้นตอนดังนี้
ตอนที่ 1 การออกแบบ เนื้อหา และการบริหารจัดการเว็บไซต์สำนักวิทยบริการของ
มหาวิทยาลัยราชภัฏ
ตอนที่ 2 ลักษณะเด่นในด้านการออกแบบ เนื้อหา และการบริหารจัดการของแต่ละเว็บไซต์
สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏ
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
ตอนที่ 1 การออกแบบ เนื้อหา และการบริหารจัดการเว็บไซต์
ผลการวิเคราะห์ลักษณะของเว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏโดยการหา
ค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ ระดับการพบในด้านต่างๆโดยรวม ระดับ
การพบในหัวข้อต่างๆ ในแต่ละด้าน และระดับการพบในประเด็นต่างๆ ในแต่ละด้าน ดังตารางที่ 1 - 7
ตารางที่ 1 แสดงค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานระดับการพบในด้านต่างๆโดยรวมทุกด้าน
หัวข้อ
ที่
ระดับการพบในด้านต่างๆ โดยรวม
ค่าเฉลี่ย
( _
x )
ค่าเบี่ยงเบน
มาตรฐาน
(S.D.)
ระดับ
สภาพ
1. ด้านการออกแบบเว็บไซต์ 3.28 0.87 ปานกลาง
2. ด้านเนื้อหาของเว็บไซต์ 4.05 0.26 มาก
3. ด้านการบริหารจัดการเว็บไซต์ 3.85 0.67 มาก
รวม 3.60 0.79 มาก
60
จากตารางที่ 1 พบว่าระดับการพบในด้านต่างๆ โดยภาพรวมทุกด้านอยู่ในระดับมาก
( _
x = 3.60) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านเนื้อหาเว็บไซต์อยู่ในระดับสูงสุดซึ่งมีระดับการพบมาก
( _
x = 4.05) รองลงมาคือด้านการบริหารจัดการเว็บไซต์ มีระดับการพบมาก ( _
x = 3.85) เช่นเดียวกัน
และต่ำสุดคือด้านการออกแบบเว็บไซต์ซึ่งมีระดับการพบปานกลาง ( _
x = 3.28)
ตารางที่ 2 แสดงค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานระดับการพบในหัวข้อต่างๆ ด้านการออกแบบเว็บไซต์
หัวข้อ
ที่
ระดับการพบในหัวข้อต่างๆ
ด้านการออกแบบเว็บไซต์
ค่าเฉลี่ย
( _
x )
ค่าเบี่ยงเบน
มาตรฐาน
(S.D.)
ระดับ
สภาพ
1. มีจุดเด่นหรือเอกลักษณ์ของเว็บไซต์ 3.75 0.89 มาก
2. มีจุดเด่นหรือเอกลักษณ์ในการนำเสนอข้อมูล 3.50 1.07 มาก
3. มีการใช้เทคโนโลยีประกอบในการนำเสนอข้อมูล 2.63 1.41 ปานกลาง
4. มีการจัดวางข้อมูลที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน 3.25 1.28 ปานกลาง
5. มีการจัดเรียงข้อมูลเป็นหมวดหมู่ 3.63 1.19 มาก
6. มีโครงสร้างข้อมูลแบบลำดับชั้น 3.50 0.76 มาก
7. มีโครงสร้างข้อมูลแบบข้อความหลายมิติ 4.00 0.93 มาก
8. มีโครงสร้างข้อมูลแบบฐานข้อมูล 3.75 0.71 มาก
9. มีแบบแผนระบบข้อมูลแบบแน่นอน 3.63 1.06 มาก
10. มีแบบแผนระบบข้อมูลแบบไม่แน่นอน 3.38 1.19 ปานกลาง
61
ตารางที่ 2 (ต่อ) แสดงค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานระดับการพบในหัวข้อต่างๆ ด้านการออกแบบ
เว็บไซต์
หัวข้อ
ที่
ระดับการพบในหัวข้อต่างๆ
ด้านการออกแบบเว็บไซต์
ค่าเฉลี่ย
( _
x )
ค่าเบี่ยงเบน
มาตรฐาน
(S.D.)
ระดับ
สภาพ
11. สีที่ใช้สามารถดึงดูดความสนใจผู้เข้ามาใช้บริการ 3.63 1.19 มาก
12. มีการเลือกใช้สีพื้นหลังที่เหมาะสม สบายตา 4.13 0.99 มาก
13. มีการใช้สีตัวอักษรที่เหมาะสม เห็นเด่นชัด 3.75 1.28 มาก
14. มีการใช้รูปแบบตัวอักษรที่เหมาะสม อ่านง่าย 4.00 0.53 มาก
15. มีการใช้ขนาดตัวอักษรที่เหมาะสม อ่านง่าย 3.75 0.89 มาก
16. มีระบบนำทางแบบลำดับชั้น 3.88 0.35 มาก
17. มีระบบนำทางแบบครอบคลุม 4.25 0.46 มาก
18. มีระบบนำทางแบบเฉพาะที่ 2.13 0.83 น้อย
19. มีระบบนำทางเฉพาะส่วน 1.13 0.35 น้อยที่สุด
20. การใช้แฟ้มรูปภาพชนิด GIF 2.50 1.31 ปานกลาง
21. การใช้แฟ้มรูปภาพชนิด JPEG 2.75 1.16 ปานกลาง
22. การใช้แฟ้มรูปภาพชนิด PNG 1.25 1.16 น้อยที่สุด
รวม 3.28 0.87 ปานกลาง
62
จากตารางที่ 2 พบว่าระดับการพบในหัวข้อต่างๆ ด้านการออกแบบเว็บไซต์สำนักวิทยบริการ
ของมหาวิทยาลัยราชภัฏโดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( _
x = 3.28) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า
มีการพบระบบนำทางแบบครอบคลุมอยู่ในระดับสูงสุด ( _
x = 4.25) รองลงมาคือมีการเลือกใช้สีพื้น
หลังที่เหมาะสม สบายตา ( _
x = 4.13) มีโครงสร้างข้อมูลแบบข้อความหลายมิติ และมีการใช้รูปแบบ
ตัวอักษรที่เหมาะสม อ่านง่าย ( _
x = 4.00) ตามลำดับ
ตารางที่ 3 แสดงค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานระดับการพบในประเด็นต่างๆ ด้านการออกแบบ
เว็บไซต์
หัวข้อ
ที่
ระดับการพบในประเด็นต่างๆ
ด้านการออกแบบเว็บไซต์โดยรวม
ค่าเฉลี่ย
( _
x )
ค่าเบี่ยงเบน
มาตรฐาน
(S.D.)
ระดับ
สภาพ
1. จุดเด่นหรือเอกลักษณ์ในการนำเสนอข้อมูล 3.29 0.92 ปานกลาง
2. การจัดวางข้อมูลที่เรียบง่าย การจัดเรียงข้อมูลเป็น
หมวดหมู่ 3.44 1.21 ปานกลาง
3. ระบบข้อมูลที่ใช้งานง่าย โครงสร้างข้อมูลมีความ
สะดวกในการค้นหา 3.65 0.40 มาก
4. การใช้สีที่เหมาะสม สบายตา ดึงดูดความสนใจผู้
เข้ามาใช้บริการ
3.83 0.99 มาก
5. การใช้ตัวอักษรที่เหมาะสม ทั้งรูปแบบและขนาด 3.88 0.64 มาก
6. รูปแบบระบบนำทางที่เหมาะสม ค้นหาข้อมูลได้
อย่างสะดวกรวดเร็ว 2.84 0.30 ปานกลาง
7. การเลือกใช้ชนิดของแฟ้มรูปภาพที่เหมาะสมตาม
คุณสมบัติของการจัดรูปแบบ 2.17 0.76 น้อย
รวม 3.28 0.32 ปานกลาง
63
จากตารางที่ 3 พบว่าระดับการพบในประเด็นต่างๆ ด้านการออกแบบเว็บไซต์สำนัก
วิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏโดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( _
x = 3.28) เมื่อพิจารณาเป็น
รายประเด็นพบว่า มีการพบการใช้ตัวอักษรที่เหมาะสมทั้งรูปแบบและขนาดอยู่ในระดับสูงสุด
( _
x = 3.88) รองลงมาคือการใช้สีที่เหมาะสม สบายตา ดึงดูดความสนใจผู้เข้ามาใช้บริการ ( _
x = 3.83)
และมีระบบข้อมูลที่ใช้งานง่าย โครงสร้างข้อมูลมีความสะดวกในการค้นหา ( _
x = 3.65) ตามลำดับ
64
ตารางที่ 4 แสดงค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานระดับการพบในหัวข้อต่างๆ ด้านเนื้อหาของ
เว็บไซต์
หัวข้อ
ที่
ระดับการพบในหัวข้อต่างๆ
ด้านเนื้อหาของเว็บไซต์
ค่าเฉลี่ย
( _
x )
ค่าเบี่ยงเบน
มาตรฐาน
(S.D.)
ระดับ
สภาพ
1. มีปรัชญา พันธกิจ วิสัยทัศน์ ของมหาวิทยาลัย
ราชภัฏ 4.13 0.99 มาก
2. มีความสอดคล้องกับหัวข้อ หัวเรื่องที่แสดงไว้ 4.63 0.52 มากที่สุด
3. ข้อมูลที่นำเสนอมีความทันสมัย 3.88 0.99 มาก
4. มีการปรับข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน 3.88 1.25 มาก
5. มีการระบุที่มาของข้อมูล 4.00 0.93 มาก
6. มีการระบุวันที่ในการเปลี่ยนแปลงข้อมูล 3.88 1.36 มาก
7. มีการระบุสัญลักษณ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อมูล 3.75 1.04 มาก
8. ข้อมูลที่แสดงมีความสมบูรณ์ ละเอียด ชัดเจน 3.88 0.64 มาก
9. ภาษาและรูปแบบประโยคที่ใช้มีความเหมาะสม
ตามหลักวิชาการ 4.25 0.46 มาก
10. ข้อมูลที่แสดงมีความถูกต้องในเรื่องการใช้
เครื่องหมายวรรคตอน และการสะกดคำ 4.25 0.71 มาก
รวม 4.05 0.26 มาก
65
จากตารางที่ 4 พบว่าระดับการพบในหัวข้อต่างๆ ด้านการเนื้อหาของเว็บไซต์สำนักวิทย
บริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( _
x = 4.05) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า
มีความสอดคล้องกับหัวข้อและหัวเรื่องที่แสดงไว้อยู่ในระดับสูงสุด ( _
x = 4.63) รองลงมาคือ ภาษา
และรูปแบบประโยคที่ใช้มีความเหมาะสมตามหลักวิชาการ ข้อมูลที่แสดงมีความถูกต้องในเรื่องการใช้
เครื่องหมายวรรคตอนและการสะกดคำ ( _
x = 4.25)
ตารางที่ 5 แสดงค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานระดับการพบในประเด็นต่างๆ ด้านเนื้อหาของ
เว็บไซต์
หัวข้อ
ที่
ระดับการพบในประเด็นต่างๆ ด้าน
เนื้อหาของเว็บไซต์โดยรวม
ค่าเฉลี่ย
( _
x )
ค่าเบี่ยงเบน
มาตรฐาน
(S.D.)
ระดับ
สภาพ
1. เนื้อหามีปรัชญา พันธกิจ วิสัยทัศน์ ของเว็บไซต์
สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏนั้นๆ
4.38 0.69 มาก
2.
ข้อมูลที่นำเสนอมีความทันสมัย มีการระบุวันที่ใน
การเปลี่ยนแปลงข้อมูล มีการระบุสัญลักษณ์หรือ
ข้อความในการเปลี่ยนแปลงข้อมูล
3.88 0.74 มาก
3.
ข้อมูลที่นำเสนอมีความสมบูรณ์ ละเอียด ชัดเจน มี
ความ ถูกต้องในเรื่องการใช้ประโยค เครื่องหมาย
วรรคตอนและการสะกดคำ
4.13 0.53 มาก
รวม 4.05 0.55 มาก
จากตารางที่ 5 พบว่าระดับการพบในประเด็นต่างๆ ด้านเนื้อหาเว็บไซต์สำนักวิทยบริการของ
มหาวิทยาลัยราชภัฏโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( _
x = 4.05) เมื่อพิจารณาเป็นรายประเด็นพบว่า
เนื้อหาที่อยู่บนเว็บไซต์มีปรัชญา พันธกิจ วิสัยทัศน์ ของเว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัย
ราชภัฏนั้นๆ อยู่ในระดับสูงสุด ( _
x = 4.38) รองลงมาคือข้อมูลที่นำเสนอมีความสมบูรณ์ ละเอียด
ชัดเจน มีความถูกต้องในเรื่องการใช้ประโยค เครื่องหมายวรรคตอน และการสะกดคำ ( _
x = 4.13) และ
66
ข้อมูลที่นำเสนอมีความทันสมัย มีการระบุวันที่ในการเปลี่ยนแปลงข้อมูล มีการระบุสัญลักษณ์หรือ
ข้อความในการเปลี่ยนแปลงข้อมูล ( _
x = 3.88) ตามลำดับ
ตารางที่ 6 แสดงค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานระดับการพบในหัวข้อต่างๆ ด้านการบริหารจัดการ
เว็บไซต์
หัวข้อ
ที่
ระดับการพบในหัวข้อต่างๆ
ด้านการบริหารจัดการเว็บไซต์
ค่าเฉลี่ย
( _
x )
ค่าเบี่ยงเบน
มาตรฐาน
(S.D.)
ระดับ
สภาพ
1. ระยะเวลาในการเชื่อมโยงข้อมูลน้อย 3.00 0.93 ปานกลาง
2. ระยะเวลาการดาวน์โหลดข้อมูลน้อย 3.38 0.74 ปานกลาง
3. แฟ้มรูปภาพที่ใช้มีขนาดใหญ่ 3.13 0.83 ปานกลาง
4. จำนวนของแฟ้มรูปภาพที่ใช้ 3.25 0.89 ปานกลาง
5. ปริมาณข้อมูล เช่น ตัวอักษร ที่อยู่บนเว็บไซต์ 3.50 0.76 มาก
6. ความถูกต้องในการเชื่อมโยง 4.00 0.53 มาก
7. มีระบบช่วยเหลือ แนะนำผู้เข้ามาใช้บริการ 4.38 0.74 มาก
8. มีคำอธิบาย วิธีการใช้สิ่งต่างๆ ที่อยู่บนเว็บไซต์ 4.75 0.46 มากที่สุด
9. มีระบบการค้นหาข้อมูล 4.63 0.52 มากที่สุด
10. มีข้อมูลสำหรับติดต่อ เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์
แผนที่ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ 4.50 0.53 มากที่สุด
รวม 3.85 0.67 มาก
67
จากตารางที่ 6 พบว่าระดับการพบในหัวข้อต่างๆ ด้านการบริหารจัดการเว็บไซต์สำนักวิทย
บริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( _
x = 3.85) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า
มีคำอธิบาย วิธีการใช้สิ่งต่างๆ ที่อยู่บนเว็บไซต์อยู่ในระดับสูงสุด ( _
x = 4.75) รองลงมาคือมีระบบการ
ค้นหาข้อมูล ( _
x = 4.63) และมีข้อมูลสำหรับติดต่อ เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ แผนที่ ไปรษณีย์
อิเล็กทรอนิกส์ ( _
x = 4.50) ตามลำดับ
ตารางที่ 7 แสดงค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานระดับการพบในประเด็นต่างๆ ด้านการบริหาร
จัดการเว็บไซต์
หัวข้อ
ที่
ระดับการพบในประเด็นต่างๆ ด้าน
การบริหารจัดการเว็บไซต์โดยรวม
ค่าเฉลี่ย
( _
x )
ค่าเบี่ยงเบน
มาตรฐาน
(S.D.)
ระดับ
สภาพ
1. มีระยะเวลาที่ใช้ในการเชื่อมโยงและดาว์นโหลด
ข้อมูลที่รวดเร็ว
3.25 0.40 ปานกลาง
2. การเชื่อมโยงไปยังแฟ้มเอกสาร เว็บเพจต่างๆ มี
ความถูกต้อง เที่ยงตรง
4.00 0.53 มาก
3. มีคำอธิบาย วิธีการใช้ คำแนะนำ มีระบบการค้นหา
ข้อมูล มีข้อมูลสำหรับติดต่อ 4.56 0.37 มากที่สุด
รวม 3.85 0.28 มาก
จากตารางที่ 7 พบว่าระดับการพบในประเด็นต่างๆด้านการบริหารจัดการเว็บไซต์สำนักวิทย
บริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( _
x = 3.85) เมื่อพิจารณาเป็นรายประเด็น
พบว่า มีคำอธิบาย วิธีการใช้ คำแนะนำ มีระบบการค้นหาข้อมูล มีข้อมูลสำหรับติดต่ออยู่ในระดับมาก
ที่สุด ( _
x = 4.56) การเชื่อมโยงไปยังแฟ้มเอกสาร เว็บเพจต่างๆ มีความถูกต้อง เที่ยงตรงอยู่ในระดับ
มาก ( _
x = 4.00) และมีระยะเวลาที่ใช้ในการเชื่อมโยงและดาว์นโหลดข้อมูลที่รวดเร็วอยู่ในระดับ
ปานกลาง ( _
x = 3.25)
68
ตอนที่ 2 ลักษณะเด่นของแต่ละสำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏ
ผลการเปรียบเทียบเพื่อหาลักษณะเด่นในด้านการออกแบบเว็บไซต์ ด้านเนื้อหาภายใน
เว็บไซต์ และด้านการบริหารจัดการเว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏแบ่งออกเป็น
ค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานในประเด็นต่างๆ ระหว่างสำนักวิทยบริการที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง ดัง
ตารางที่ 8-10
ตารางที่ 8 แสดงการเปรียบเทียบด้านการออกแบบเว็บไซต์ในประเด็นต่างๆ ระหว่างสำนักวิทยบริการในกลุ่มตัวอย่างทั้ง 8 แห่ง
การออกแบบเว็บไซต์
จุดเด่น การจัดวาง การจัดระบบ การใช้สี ลำดับ ตัวอักษร ระบบนำทาง รูปภาพ ภาพรวม
ที่ สำนักวิทยบริการ
_x
S.D. _
x S.D. _
x S.D. _
x S.D. _
x S.D. _
x S.D. _
x S.D. _
x S.D.
1. มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ 1.67 0.58 2.00 2.12 3.60 1.52 1.67 0.58 2.50 0.71 2.75 1.71 3.33 2.08 2.64 1.40
2. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ 2.67 1.53 5.00 0.71 3.60 0.89 4.33 1.15 4.00 0.00 2.50 1.73 1.33 0.58 3.23 1.48
3. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม 3.67 1.15 2.50 0.71 4.00 0.71 4.00 0.00 4.00 0.00 3.00 1.83 2.00 1.00 3.36 1.18
4. มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ 2.67 1.15 4.00 0.71 3.20 0.84 3.67 0.58 3.50 0.71 2.75 1.50 2.67 1.53 3.14 1.04
5. มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี 4.33 0.58 3.50 0.00 3.00 0.71 4.67 0.58 4.00 0.00 2.75 1.50 2.33 0.58 3.41 1.10
6. มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี 3.67 0.58 2.00 0.71 3.80 0.84 3.33 1.15 4.50 0.71 3.50 1.00 2.00 1.73 3.32 1.17
7. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช 3.33 1.15 5.00 0.71 4.20 0.84 4.67 0.58 4.50 0.71 2.75 1.50 2.67 0.58 3.77 1.19
8. มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา 4.33 0.58 3.50 0.00 3.80 0.84 4.33 0.58 4.00 0.00 2.75 1.50 1.00 1.73 3.36 1.43
70
หมายเหตุ จุดเด่น คือ จุดเด่นหรือเอกลักษณ์ในการนำเสนอข้อมูล
การจัดวาง คือ การจัดวางข้อมูลที่เหมาะสม
การจัดระบบ คือ การจัดระบบข้อมูลที่เหมาะสม
การใช้สี คือ การเลือกใช้สีที่เหมาะสม
ตัวอักษร คือ การเลือกใช้ตัวอักษรที่เหมาะสม
ระบบนำทาง คือ การเลือกใช้ระบบนำทางที่เหมาะสม
รูปภาพ คือ การเลือกใช้รูปภาพที่เหมาะสม
ภาพรวม คือ ภาพรวมในด้านการออกแบบเว็บไซต์
ค่าเฉลี่ยที่ได้ 4.50 – 5.00 หมายถึง ระดับการพบมากที่สุด
3.50 – 4.49 หมายถึง ระดับการพบมาก
2.50 – 3.49 หมายถึง ระดับการพบปานกลาง
1.50 – 2.49 หมายถึง ระดับการพบน้อย
1.00 – 1.49 หมายถึง ระดับการพบน้อยที่สุด
จากตารางที่ 8 พบว่า เว็บไซต์ที่มีลักษณะเด่นในเรื่องจุดเด่นหรือเอกลักษณ์ในการนำเสนอ
ข้อมูลการอยู่ในระดับการพบมากคือ เว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จ
เจ้าพระยา ( _
x = 4.33) และมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ( _
x = 4.33) รองลงมาคือ มหาวิทยาลัยราชภัฏ
มหาสารคาม ( _
x = 3.67) เว็บไซต์ที่มีลักษณะเด่นในเรื่องการจัดวางข้อมูลที่เรียบง่าย การจัดเรียงข้อมูล
เป็นหมวดหมู่อยู่ในระดับการพบมากที่สุดคือ เว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏ
นครสวรรค์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ( _
x = 5.00) รองลงมาคือมหาวิทยาลัยราชภัฏ
สุรินทร์ ( _
x = 4.00) เว็บไซต์ที่มีระบบข้อมูลที่ใช้งานง่าย โครงสร้างข้อมูลมีความสะดวกในการค้นหา
อยู่ในระดับการพบมากคือ เว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
( _
x = 4.20) รองลงมาคือ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ( _
x = 4.00) เว็บไซต์ที่มีความโดดเด่นใน
การใช้สีที่เหมาะสม สบายตา ดึงดูดความสนใจผู้เข้ามาใช้บริการอยู่ในระดับการพบมากที่สุดคือ
เว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรีและมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
( _
x = 4.67) รองลงมาคือมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จ
เจ้าพระยา ที่มีระดับการพบมาก ( _
x = 4.33)
71
สำหรับความเด่นในการใช้ตัวอักษรที่เหมาะสม ทั้งรูปแบบและขนาดพบว่าเว็บไซต์สำนัก
วิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี และมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราชที่มีระดับ
การพบมากที่สุด ( _
x = 4.50) เว็บไซต์ที่มีลักษณะเด่นในเรื่องระบบนำทางที่เหมาะสม ค้นหาข้อมูลได้
อย่างสะดวกรวดเร็วคือ เว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี และ
มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามที่มีระดับการพบมากที่สุด ( _
x = 4.50) รองลงมาคือเว็บไซต์สำนัก
วิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์มีระดับการพบปานกลาง ( _
x = 3.33) และเว็บไซต์ที่มี
ลักษณะเด่นเรื่องการเลือกใช้ชนิดของแฟ้มรูปภาพที่เหมาะสมตามคุณสมบัติของการจัดรูปแบบคือ
เว็บไซต์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช มีระดับการพบ
ปานกลาง ( _
x = 2.67)
72
ตารางที่ 9 แสดงการเปรียบเทียบด้านเนื้อหาเว็บไซต์ในประเด็นต่างๆ ระหว่างสำนักวิทยบริการใน
กลุ่มตัวอย่างทั้ง 8 แห่ง
เนื้อหาเว็บไซต์
ปรัชญา ข้อมูลปัจจุบัน ความถูกต้อง ภาพรวม
ลำดับ
ที่ สำนักวิทยบริการ
_x
S.D. _
x S.D. _
x S.D. _
x S.D.
1. มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ 3.50 0.71 3.80 1.64 4.00 0.00 3.80 1.14
2. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ 5.00 0.00 4.40 0.89 4.67 0.58 4.60 0.70
3. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม 5.00 0.00 3.20 0.84 3.33 0.58 3.60 0.97
4. มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ 4.00 1.41 3.60 0.55 4.00 0.00 3.80 0.63
5. มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี 4.00 0.00 2.80 0.84 3.67 0.58 3.30 0.82
6. มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี 3.50 0.71 4.60 0.55 4.00 0.00 4.20 0.63
7. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช 5.00 0.00 3.60 0.89 4.33 0.58 4.10 0.88
8. มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา 5.00 0.00 5.00 0.00 5.00 0.00 5.00 0.00
หมายเหตุ ปรัชญา คือ มีปรัชญา พันธกิจ วิสัยทัศน์
ข้อมูลปัจจุบัน คือ การปรับข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน
ความถูกต้อง คือ ความถูกต้องสมบูรณ์ละเอียดชัดเจนของข้อมูล
ภาพรวม คือ ภาพรวมในด้านเนื้อหาเว็บไซต์
ค่าเฉลี่ยที่ได้ 4.50 – 5.00 หมายถึง ระดับการพบมากที่สุด
3.50 – 4.49 หมายถึง ระดับการพบมาก
2.50 – 3.49 หมายถึง ระดับการพบปานกลาง
1.50 – 2.49 หมายถึง ระดับการพบน้อย
1.00 – 1.49 หมายถึง ระดับการพบน้อยที่สุด
73
จากตารางที่ 9 พบว่า เว็บไซต์ที่มีลักษณะเด่นในเรื่องการให้ข้อมูลเกี่ยวกับปรัชญา พันธกิจ
และวิสัยทัศน์ที่มีระดับการพบมากที่สุดคือ เว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏ
นครสวรรค์ ( _
x = 5.00) มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ( _
x =5.00) และมหาวิทยาลัยราชภัฏ
บ้านสมเด็จเจ้าพระยา ( _
x =5.00) ส่วนเว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จ
เจ้าพระยา จะมีระดับการพบมากที่สุดในเรื่องลักษณะเด่นในเรื่องการนำเสนอมีความทันสมัย มีการ
ระบุวันที่ในการเปลี่ยนแปลงข้อมูล มีการระบุสัญลักษณ์หรือข้อความในการเปลี่ยนแปลงข้อมูล ( _
x =
5.00) รองลงมาคือมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรีมีระดับการพบมากที่สุด ( _
x =4.60) และ
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ มีระดับการพบมาก ( _
x =4.40) สำหรับเว็บไซต์ที่มีความเด่นในเรื่อง
ข้อมูลที่นำเสนอมีความสมบูรณ์ ละเอียด ชัดเจน มีความถูกต้องในเรื่องการใช้ประโยค เครื่องหมาย
วรรคตอนและการสะกดคำคือ เว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จ
เจ้าพระยามีระดับการพบมากที่สุด ( _
x = 5.00) มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์มีระดับการพบมาก
ที่สุด ( _
x = 4.67)
74
ตารางที่ 10 แสดงการเปรียบเทียบด้านการบริหารจัดการเว็บไซต์ในประเด็นต่างๆ ระหว่างสำนัก
วิทยบริการในกลุ่มตัวอย่างทั้ง 8 แห่ง
การบริหารจัดการเว็บไซต์
ความเร็ว ความถูกต้อง คำแนะนำ ภาพรวม
ลำดับ
ที่ สำนักวิทยบริการ
_x
S.D. _
x S.D. _
x S.D. _
x S.D.
1. มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ 3.60 1.14 4.00 0.00 4.25 0.50 3.90 0.88
2. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ 3.20 0.45 4.00 0.00 4.75 0.50 3.90 0.88
3. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม 3.00 0.71 4.00 0.00 5.00 0.00 3.90 1.10
4. มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ 3.80 0.45 4.00 0.00 5.00 0.00 4.30 0.67
5. มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี 2.60 0.55 4.00 0.00 4.00 0.82 3.30 0.95
6. มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี 3.60 0.55 4.00 0.00 4.25 0.50 3.90 0.57
7. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช 3.20 1.10 3.00 0.00 4.50 0.58 3.70 1.06
8. มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา 3.00 1.00 5.00 0.00 4.75 0.50 3.90 1.20
หมายเหตุ ความเร็ว คือ ความเร็วในการเชื่อมโยง
ความถูกต้อง คือ ความถูกต้องในการเชื่อมโยง
คำแนะนำ คือ การให้ความช่วยเหลือหรือแนะนำผู้ใช้
ภาพรวม คือ ภาพรวมในการบริหารจัดการเว็บไซต์
ค่าเฉลี่ยที่ได้ 4.50 – 5.00 หมายถึง ระดับการพบมากที่สุด
3.50 – 4.49 หมายถึง ระดับการพบมาก
2.50 – 3.49 หมายถึง ระดับการพบปานกลาง
1.50 – 2.49 หมายถึง ระดับการพบน้อย
1.00 – 1.49 หมายถึง ระดับการพบน้อยที่สุด
75
จากตารางที่ 10 พบว่า เว็บไซต์ที่มีลักษณะเด่นในเรื่องความเร็วในการเชื่อมโยงคือเว็บไซต์
สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์มีระดับการพบมาก ( _
x = 3.80) มหาวิทยาลัยราชภัฏ
อุตรดิตถ์มีระดับการพบมาก ( _
x = 3.60) และมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรีมีระดับการพบมาก
( _
x = 3.60) ตามลำดับ ส่วนเว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยาจะ
มีลักษณะเด่นในเรื่องความถูกต้องในการเชื่อมโยงข้อมูลมีระดับการพบมากที่สุด ( _
x = 5.00) เว็บไซต์
ที่มีความเด่นในเรื่องการให้ความช่วยเหลือหรือการให้คำแนะนำกับผู้เข้ามาใช้บริการ คือ เว็บไซต์
สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามมีระดับการพบมากที่สุด ( _
x = 5.00) และ
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์มีระดับการพบมากที่สุด ( _
x = 5.00) รองลงมาคือมหาวิทยาลัยราชภัฏ
นครสวรรค์มีระดับการพบมากที่สุด ( _
x = 4.75) ตามลำดับ
บทที่ 5
สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์สารสนเทศบนเว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัย
ราชภัฏ ซึ่งผู้วิจัยได้ดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1. เพื่อวิเคราะห์สารสนเทศบนเว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏในด้าน
ต่างๆ ดังนี้
1.1 ด้านการออกแบบเว็บไซต์
1.2 ด้านเนื้อหาของเว็บไซต์
1.3 ด้านการบริหารจัดการเว็บไซต์
2. เพื่อเปรียบเทียบลักษณะเด่นในด้านการออกแบบ เนื้อหา และการบริหารจัดการเว็บไซต์
สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏ
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
1. ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ เว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏ
จำนวน 41 แห่ง จำแนกเป็นกลุ่มมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้ 8 กลุ่มคือ กลุ่มล้านนา กลุ่มพุทธชินราช กลุ่ม
อีสาน-เหนือ กลุ่มอีสาน-ใต้ กลุ่มศรีอยุธยา กลุ่มทวารวดี กลุ่มทักษิณ และกลุ่มรัตนโกสินทร์
2. กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ เว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏที่
ได้จากวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง จำนวน 8 แห่ง โดยเลือก 1 แห่งจากแต่ละกลุ่ม
มหาวิทยาลัย เว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏที่ใช้เป็นกลุ่มตัวอย่างมีดังนี้
2.1 กลุ่มล้านนา สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์
2.2 กลุ่มพุทธชินราช สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์
2.3 กลุ่มอีสาน-เหนือ สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
2.4 กลุ่มอีสาน-ใต้ สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
2.5 กลุ่มศรีอยุธยา สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี
77
2.6 กลุ่มทวารวดี สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี
2.7 กลุ่มทักษิณ สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
2.8 กลุ่มรัตนโกสินทร์ สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จ
เจ้าพระยา
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นแบบวิเคราะห์เนื้อหาที่ผู้วิจัยออกแบบและสร้างขึ้นโดยมี
รายละเอียดดังนี้
1. ข้อมูลเบื้องต้นของเว็บไซต์ ได้แก่ ชื่อสำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ที่อยู่ของ
เว็บไซต์ วันและเวลาที่ทำการวิเคราะห์
2. ข้อมูลเกี่ยวกับเว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ซึ่งเป็นมาตรประมาณ
ค่า (Rating scale) ที่สร้างขึ้นตามแบบของลิเคิร์ท โดยคำถามจะเกี่ยวข้องกับการออกแบบเว็บไซต์ 22
ข้อ เนื้อหาของเว็บไซต์ 10 ข้อ และการบริหารจัดการเว็บไซต์ 10 ข้อ รวมจำนวนทั้งสิ้น 42 ข้อ
การเก็บรวบรวมข้อมูล
การเก็บรวบรวมข้อมูลในการศึกษาครั้งนี้ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาสารสนเทศบนเว็บไซต์ของ
สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 8 แห่ง แล้วบันทึกข้อมูล
รายละเอียดต่างๆ ไว้ในแบบบันทึกข้อมูล เพื่อใช้ในการวิเคราะห์เว็บไซต์ในด้านการออกแบบ เนื้อหา
และการบริหารจัดการ นอกจากนี้ผลที่ได้ยังนำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบถึงลักษณะเด่นในด้านการ
ออกแบบ เนื้อหา และการบริหารจัดการเว็บไซต์
การวิเคราะห์ข้อมูล
การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ซึ่งได้จากการวิเคราะห์เนื้อหาที่มีอยู่บนเว็บไซต์
รายละเอียดของกระบวนการที่ใช้สามารถสรุปได้ดังนี้
1. ผลที่ได้จากการเก็บรวบรวมข้อมูลจากเว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏ
ที่เป็นกลุ่มตัวอย่างทั้ง 8 แห่งในวันเดียวกัน และในเวลาที่ใกล้เคียงกัน จะถูกนำมาวิเคราะห์และ
ประมวลผลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูปไมโครซอฟต์ เอ็กเซลให้อยู่ในรูปของค่าเฉลี่ย และค่า
เบี่ยงเบนมาตรฐานใน แต่ละด้าน ประเด็น และหัวข้อต่างๆ
2. ผลที่ได้นำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบถึงลักษณะเด่นในด้านการออกแบบ เนื้อหา และการ
บริหารจัดการเว็บไซต์ภายในกลุ่มตัวอย่าง
78
สรุปผลการวิจัย
1. การวิเคราะห์เว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏ
ผลการวิเคราะห์ลักษณะของเว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏในด้าน
ต่างๆ พบว่าระดับการพบปัจจัยโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยมีระดับการพบปัจจัยในด้านเนื้อหา
เว็บไซต์อยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมาคือปัจจัยในด้านการบริหารจัดการเว็บไซต์ และปัจจัยในด้าน
การออกแบบเว็บไซต์ ตามลำดับ และเมื่อพิจารณาวิเคราะห์แต่ละด้านพบว่า
1.1 ในด้านการออกแบบเว็บไซต์พบว่า ระดับการพบปัจจัยในประเด็นต่างๆ โดย
ภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง จากข้อมูลที่ทำการวิเคราะห์พบว่า เว็บไซต์ที่เป็นกลุ่มตัวอย่างมีการใช้
ตัวอักษรที่เหมาะสมทั้งรูปแบบและขนาดอยู่ในระดับมาก รองลงมาคือการเลือกใช้สีที่เหมาะสม สบาย
ตา ดึงดูดความสนใจผู้เข้ามาใช้บริการ และมีระบบข้อมูลที่ใช้งานง่าย โครงสร้างข้อมูลมีความสะดวก
ในการค้นหา ตามลำดับ
1.2 ในด้านเนื้อหาของเว็บไซต์พบว่า ระดับการพบปัจจัยในประเด็นต่างๆ โดยภาพรวม
อยู่ในระดับมาก จากข้อมูลที่ทำการวิเคราะห์พบว่า เนื้อหาที่อยู่บนเว็บไซต์ในกลุ่มตัวอย่างมีการแสดง
ปรัชญา พันธกิจ วิสัยทัศน์ ของสำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏนั้นๆ อยู่ในระดับมาก
รองลงมาคือมีความสมบูรณ์ ละเอียดชัดเจนของข้อมูลที่นำเสนอ มีความถูกต้องในเรื่องการใช้ประโยค
เครื่องหมายวรรคตอน การสะกดคำ และท้ายสุดคือ ข้อมูลที่นำเสนอมีความทันสมัย มีการระบุวันที่
สัญลักษณ์ หรือข้อความเพื่อบ่งชี้ถึงความเปลี่ยนแปลงของข้อมูล
1.3 ในด้านการบริหารจัดการเว็บไซต์พบว่า ระดับการพบปัจจัยในประเด็นต่างๆ โดย
ภาพรวมอยู่ในระดับมาก จากข้อมูลที่ทำการวิเคราะห์พบว่า ประเด็นในด้านการบริหารจัดการเว็บไซต์
ที่มีการใช้มากที่สุด คือ การจัดเตรียมคำอธิบาย วิธีการใช้ คำแนะนำ ระบบการค้นหาข้อมูล และมี
ข้อมูลสำหรับการติดต่อ รองลงมาคือ มีการเชื่อมโยงไปยังแฟ้มเอกสาร เว็บเพจต่างๆ ที่ถูกต้อง
เที่ยงตรง และท้ายสุดคือ ความรวดเร็วในการเชื่อมโยงและดาวน์โหลดข้อมูล
2. การวิเคราะห์เปรียบเทียบเว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏ
2.1 ด้านการออกแบบเว็บไซต์ ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบลักษณะเด่นในด้านการ
ออกแบบเว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏภายในกลุ่มตัวอย่างทั้ง 8 แห่ง โดยภาพรวม
พบว่า เว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยามีความโดดเด่นในด้าน
การออกแบบเว็บไซต์มากที่สุด และเมื่อพิจารณาวิเคราะห์ในแต่ละประเด็นแล้วพบว่า
79
2.1.1 ในประเด็นจุดเด่นหรือเอกลักษณ์ในการนำเสนอข้อมูลพบว่า เว็บไซต์สำนัก
วิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา และมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี มีความ
โดดเด่นมากที่สุด รองลงมาคือเว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
ตามลำดับ
2.1.2 ในประเด็นการจัดวางข้อมูลที่เรียบง่าย การจัดเรียงข้อมูลเป็นหมวดหมู่พบว่า
เว็บไซต์สำ นักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏ
นครศรีธรรมราช มีความโดดเด่นมากที่สุด
2.1.3 ในประเด็นระบบข้อมูลที่ใช้งานง่าย โครงสร้างข้อมูลมีความสะดวกในการ
ค้นหาพบว่า เว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช และมหาวิทยาลัยราช
ภัฏมหาสารคามมีความโดดเด่นมากที่สุด
2.1.4 ในประเด็นการใช้สีที่เหมาะสม สบายตา ดึงดูดความสนใจผู้เข้ามาใช้บริการ
พบว่า เว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี และมหาวิทยาลัยราชภัฏ
นครศรีธรรมราช มีความโดดเด่นมากที่สุด
2.1.5 ในประเด็นการใช้ตัวอักษรที่เหมาะสมทั้งรูปแบบและขนาดพบว่า เว็บไซต์
สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี และมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราชมีความ
โดดเด่นมากที่สุด
2.1.6 ในประเด็นรูปแบบระบบนำทางที่เหมาะสม ค้นหาข้อมูลได้อย่างสะดวก
รวดเร็วพบว่า เว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี และมหาวิทยาลัยราชภัฏ
มหาสารคามมีความโดดเด่นมากที่สุด
2.1.7 ในประเด็นการเลือกใช้ชนิดของแฟ้มรูปภาพที่เหมาะสมตามคุณสมบัติของ
การจัดรูปแบบพบว่า เว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ
สุรินทร์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราชมีความโดดเด่นมากที่สุด
2.2 ด้านเนื้อหาเว็บไซต์ ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบลักษณะเด่นในด้านเนื้อหาเว็บไซต์
สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏภายในกลุ่มตัวอย่างทั้ง 8 แห่ง โดยภาพรวมพบว่า เว็บไซต์
สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา มีความโดดเด่นในด้านเนื้อหาเว็บไซต์
มากที่สุด
2.2.1 ในประเด็นของเนื้อหาที่มีปรัชญา พันธกิจ วิสัยทัศน์ของเว็บไซต์สำนักวิทย
บริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏนั้นๆ ประกอบพบว่า เว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราช
ภัฏนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช และ
มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา มีความโดดเด่นมากที่สุด
80
2.2.2 ในประเด็นข้อมูลที่นำ เสนอมีความทันสมัย มีการระบุวันที่ในการ
เปลี่ยนแปลงข้อมูล มีการระบุสัญลักษณ์หรือข้อความในการเปลี่ยนแปลงข้อมูลพบว่า เว็บไซต์สำนัก
วิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยามีความโดดเด่นมากที่สุด รองลงมาคือ
เว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี
2.2.3 ในประเด็นข้อมูลที่นำเสนอมีความสมบูรณ์ ละเอียด ชัดเจน มีความถูกต้อง
ในเรื่องการใช้ประโยค เครื่องหมายวรรคตอน และการสะกดคำพบว่า เว็บไซต์สำนักวิทยบริการของ
มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยามีความโดดเด่นมากที่สุด รองลงมาคือเว็บไซต์สำนัก
วิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์
2.3 ด้านการบริหารจัดการเว็บไซต์ ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบลักษณะเด่นในด้านการ
บริหารจัดการเว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏภายในกลุ่มตัวอย่างทั้ง 8 แห่ง โดย
ภาพรวมพบว่า เว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์มีความโดดเด่นในด้านการ
บริหารจัดการเว็บไซต์มากที่สุด และเมื่อพิจารณาวิเคราะห์ในแต่ละประเด็นแล้วพบว่า
2.3.1 ในประเด็นความเร็วในการเชื่อมโยงพบว่า เว็บไซต์สำนักวิทยบริการของ
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์มีความโดดเด่นมากที่สุด รองลงมาคือเว็บไซต์สำนักวิทยบริการของ
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ตามลำดับ
2.3.2 ในประเด็นความถูกต้องในการเชื่อมโยงพบว่า เว็บไซต์สำนักวิทยบริการ
ของมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยามีความโดดเด่นมากที่สุด ในประเด็นการให้ความ
ช่วยเหลือหรือแนะนำผู้เข้ามาใช้บริการพบว่า เว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏ
มหาสารคาม และมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์มีความโดดเด่นมากที่สุด
อภิปรายผล
1. การวิเคราะห์เว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏ
จากผลการวิเคราะห์ข้างต้น ปัจจัยที่มีระดับการพบมากที่สุดในเว็บไซต์สำนักวิทยบริการ
ของมหาวิทยาลัยราชภัฏที่เป็นกลุ่มตัวอย่างทั้ง 8 แห่งคือ ปัจจัยในด้านเนื้อหาเว็บไซต์ เมื่อพิจารณาใน
ประเด็นย่อยพบว่า เนื้อหาที่อยู่บนเว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏส่วนใหญ่มี
ปรัชญา พันธกิจ วิสัยทัศน์ ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ของสำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏนั้นๆ ซึ่ง
สอดคล้องกับงานวิจัยของจิตรา วิชาช่าง (2544 : บทคัดย่อ) ที่พบว่า การออกแบบและพัฒนาเว็บเพจ
นั้นผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจะให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ มีความถูกต้อง
และครอบคลุมเนื้อหา และยังสอดคล้องกับงานวิจัยของไคลด์ (Clyde 2000 : บทคัดย่อ) ที่ว่าเว็บไซต์
ห้องสมุดที่มีประสิทธิผลนั้นจะต้องมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนและตรงกับความต้องการของผู้ใช้บริการ
81
ประเด็นย่อยต่อมาพบว่า เนื้อหาที่นำเสนออยู่บนเว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏ
ส่วนใหญ่มีความสมบูรณ์ครบถ้วน มีความถูกต้องในเรื่องการใช้ประโยค เครื่องหมายวรรคตอน การ
สะกดคำ และการนำเสนอข้อมูลที่มีความทันสมัย มีการระบุวันที่ สัญลักษณ์ หรือข้อความเพื่อบ่งชี้ถึง
ความเปลี่ยนแปลงของข้อมูล ซึ่งสอดคล้องกับบทความของเฉลิมพล ทัพซ้าย (2546 : 7) ที่กล่าวไว้ว่า
ข้อมูลเป็นทรัพยากรหลักที่มีผลต่อความสำเร็จของเว็บไซต์ การปรับข้อมูลเนื้อหาให้เป็นปัจจุบัน ทัน
ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะทำให้เว็บไซต์นั้นๆ มีความน่าสนใจ ดึงดูดให้คนเข้ามาใช้บริการอย่าง
ต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ที่นำเสนอข่าว เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นประจำวัน ผู้ที่เข้ามาใช้บริการย่อม
คาดหวังที่จะพบข้อมูล ข่าวสารใหม่ทุกวัน โดยปกติความทันสมัยของเนื้อหาพิจารณาจากการระบุวันที่
ที่ผลิตเอกสารทางเว็บไซต์ หรือการระบุวันที่ปรับปรุงเนื้อหาครั้งล่าสุด
ปัจจัยที่มีระดับการพบรองลงมาคือ ปัจจัยในด้านการบริหารจัดการเว็บไซต์ และประเด็น
ย่อยที่มีระดับการพบมากที่สุดคือ มีการจัดเตรียมคำอธิบาย วิธีการใช้ คำแนะนำ ระบบการค้นหาข้อมูล
และข้อมูลสำหรับการติดต่อให้ผู้ที่เข้ามาใช้บริการ ซึ่งสอดคล้องกับบทความของสิวลี อยู่สำราญ
(2544 : 23) ที่กล่าวไว้ว่า ในการออกแบบเว็บไซต์ที่ดีนั้น จะต้องมีส่วนที่คอยช่วยเหลือผู้เข้ามาใช้
บริการ ในกรณีที่เกิดปัญหาหรือมีข้อสงสัยระหว่างการใช้บริการ นอกจากนี้ผู้ออกแบบเว็บไซต์ควร
จัดเตรียมข้อมูลเพื่อให้คำแนะนำในเรื่องการใช้บริการต่างๆ ภายในเว็บไซต์ เช่น การจัดเตรียมข้อมูลที่
ถูกถามบ่อยๆ เพื่อให้ผู้เข้ามาใช้บริการเกิดความรู้สึกที่ดีต่อเว็บไซต์ ข้อมูลอีกส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญ
เช่นเดียวกันก็คือ ข้อมูลที่ใช้สำหรับติดต่อ เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ แผนที่ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
เพื่อให้ผู้เข้ามาใช้บริการสามารถติดต่อกับเว็บไซต์ได้สะดวก ประเด็นย่อยต่อมาคือ มีการเชื่อมโยงไป
ยังแฟ้มเอกสาร เว็บเพจต่างๆ ที่ถูกต้องเที่ยงตรง มีความรวดเร็วในการเชื่อมโยงและดาวน์โหลดข้อมูล
ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของจิตรา วิชาช่าง (2544: บทคัดย่อ) ที่ทำการศึกษาความคิดเห็นของผู้ใช้
อินเตอร์เน็ตที่มีต่อการออกแบบและพัฒนาเว็บเพจด้านเทคนิคการผลิตพบว่า ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตเห็น
ความสำคัญของการเชื่อมโยงข้อความต้องมีความถูกต้องเหมาะสม รวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูลภายใน
เว็บเพจและความเร็วในการดาวน์โหลด
ปัจจัยที่มีระดับการพบน้อยที่สุดคือ ปัจจัยในด้านการออกแบบเว็บไซต์ จากผลการ
วิเคราะห์พบว่า เว็บไซต์สำนักวิทยบริการในกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีการใช้ตัวอักษรที่เหมาะสมทั้ง
รูปแบบและขนาดอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของจักรพงษ์ เจือจันทร์ (2543: บทคัดย่อ)
ที่ได้ทำการศึกษาการออกแบบเว็บเพจของโรงเรียนในโครงการเครือข่ายคอมพิวเตอร์พบว่า แบ
ตัวอักษร ขนาดของตัวอักษรสำหรับหัวข้อควรเป็นแบบตัวหัวกลมเช่น Angsana UPC , Cordia UPC
และตัวอักษร เนื้อหาควรเป็นแบบขนาด 14 พอยต์ นอกจากนี้ยังมีความสอดคล้องกับจิตรา วิชาช่าง
(2544: บทคัดย่อ) ที่ได้ทำการศึกษาความคิดเห็นผู้ใช้อินเตอร์เน็ต ส่วนใหญ่เห็นว่าตัวอักษรที่ใช้ควรมี
ความชัดเจนซึ่งมีความสำคัญต่อเว็บเพจด้านเทคนิคการผลิต ประเด็นย่อยต่อมาที่พบคือ เว็บไซต์สำนัก
82
วิทยบริการในกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีการเลือกใช้โทนสีที่เหมาะสม สบายตา ดึงดูดความสนใจผู้เข้า
มาใช้บริการ เนื่องจากสีสันที่ใช้ในเว็บไซต์เป็นสิ่งแรกที่ผู้เข้ามาใช้บริการมองเห็น และเป็นสิ่งที่ใช้
กำหนดบรรยากาศและความรู้สึกโดยรวมของเว็บไซต์ การเลือกใช้สีในเว็บไซต์จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่ง
สอดคล้องกับทศพล กนกนุวัตร์ (2544 : 49) และ ธวัชชัย ศรีสุเทพ (2544 : 205) ที่ได้กล่าวถึงการ
เลือกใช้สีในการออกแบบเว็บไซต์ว่ามีความสำคัญมาก เนื่องจากสีมีผลต่ออารมณ์ และความรู้สึกของผู้
เข้ามาใช้บริการ ดังนั้นในการออกแบบเว็บไซต์ที่ดีจึงควรเลือกสีหรือโทนสีให้เหมาะสม โดยสีที่
แตกต่างกันจะให้ความหมายและความรู้สึกที่แตกต่างกัน ประเด็นย่อยสุดท้ายที่เว็บไซต์สำนักวิทย
บริการส่วนใหญ่เลือกใช้คือ การมีระบบข้อมูลที่ใช้งานง่าย โครงสร้างข้อมูลมีความสะดวกในการ
ค้นหา ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของเรวัฒ แม่นยำ (2543 : บทคัดย่อ) ที่พบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการ
ตัดสินใจและความพึงพอใจในการเข้าเลือกใช้บริการเว็บไซต์ต่างๆ ได้แก่ มีข้อมูลที่น่าสนใจเป็น
ประโยชน์ ดาวน์โหลดเร็ว มีการปรับปรุงข้อมูล ง่ายต่อการใช้บริการและการค้นหาข้อมูล นอกจากนี้
ธวัชชัย ศรีสุเทพ (2544 : 79) ได้กล่าวว่า การจัดวางข้อมูลภายในเว็บไซต์ไม่ควรซับซ้อน ควรมีการจัด
หมวดหมู่ให้กับข้อมูล ภาพกราฟิก นอกจากนี้การจัดระบบข้อมูลภายในเว็บไซต์นับว่าเป็นสิ่งสำคัญต่อ
ความสำเร็จของเว็บไซต์ เพราะเหตุว่าโครงสร้างระบบข้อมูลมีความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนา
ระบบนำทาง และโดยปกติข้อมูลในแต่ละลำดับชั้นจะมีความสำคัญอย่างใกล้ชิดกับรายการในระบบ
นำทาง
2. การวิเคราะห์เปรียบเทียบเว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏ
ในทางปฏิบัติ การมีรูปแบบของเว็บไซต์ที่ดีจะนำไปสู่การจัดทำเว็บไซต์ที่ประสบ
ความสำเร็จ ซึ่งหมายถึงการบรรลุวัตถุประสงค์ในการจัดทำเว็บไซต์ที่กำหนดไว้ในแต่ละองค์กร โดย
ปกติปัจจัยที่ทำให้เว็บไซต์ประสบความสำเร็จนั้นสามารถพิจารณาได้เป็น 3 ส่วนคือ ส่วนของการ
ออกแบบเว็บไซต์ ส่วนของเนื้อหาของเว็บไซต์ และส่วนของการบริหารจัดการเว็บไซต์ แต่ละส่วนยัง
แบ่งออกเป็นประเด็นย่อยๆ ได้ดังรายละเอียดที่แสดงไว้ในบทที่ 2
2.1 ในด้านการออกแบบเว็บไซต์ จากผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบลักษณะเด่นในส่วน
ของการออกแบบเว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏที่เป็นกลุ่มตัวอย่างทั้ง 8 แห่งนั้น
พบว่า โดยภาพรวมรูปแบบเว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราชมี
รูปแบบการออกแบบเว็บไซต์ที่ดีที่สุด มีความโดดเด่นในเรื่องการจัดวางข้อมูลที่เรียบง่าย การจัดเรียง
ข้อมูลเป็นหมวดหมู่ การจัดระบบข้อมูลที่ใช้งานง่าย โครงสร้างข้อมูลมีความสะดวกในการค้นหา การ
การใช้สีที่เหมาะสม สบายตา ดึงดูดความสนใจผู้เข้ามาใช้บริการ และการใช้ตัวอักษรที่เหมาะสม ทั้ง
รูปแบบและขนาด ตามลำดับ
83
ลักษณะเด่นในด้านการออกแบบเว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏที่
อภิปรายข้างต้นนี้ มีความสอดคล้องกับงานวิจัยของนิทัศน์ อิทธิพงษ์ (2544: บทคัดย่อ) ที่ได้
ทำการศึกษา วิเคราะห์ รวบรวมข้อมูลต่างๆ พบว่า หลักการออกแบบเว็บเพจการศึกษาจะมีคุณลักษณะ
ที่เหมือนกันคือ เน้นการออกแบบให้ใช้งานง่าย มีเนื้อหาตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย มี
ความสวยงาม และยังสอดคล้องกับผลการศึกษาวิจัยของจิตรา วิชาช่าง (2544: บทคัดย่อ ) พบว่า
เทคนิคการผลิตเว็บเพจนั้นต้องเลือกตัวอักษรที่ใช้มีความชัดเจน รูปภาพมีความสอดคล้องกับเนื้อหา
และมีโครงสร้างเว็บเพจที่สวยงาม สะดวกในการค้นหา นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับงานวิจัยของ Dreze
and Zufryden (1997 : 85 - 87) ที่ได้เสนอการทดลองออกแบบเว็บไซต์ว่า การออกแบบพื้นหลังมี
ความสัมพันธ์กับเวลาที่ผู้เข้าชมใช้ในแต่ละเว็บเพจ โดยพบว่าสีที่เข้มหรือสีดำจะทำให้ความสนใจน้อย
และใช้เวลาเข้าเว็บไซต์น้อยกว่าการใช้พื้นสีสว่าง
2.2 ด้านเนื้อหาเว็บไซต์ จากผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบลักษณะเด่นในส่วนของเนื้อหา
เว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏที่เป็นกลุ่มตัวอย่างทั้ง 8 แห่งนั้นพบว่า โดยภาพรวม
รูปแบบเว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยามีรูปแบบเนื้อหา
เว็บไซต์ที่ดีที่สุด มีความโดดเด่นทุกประเด็นได้แก่ เนื้อหามีปรัชญา พันธกิจ วิสัยทัศน์ ของเว็บไซต์
สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ข้อมูลที่นำเสนอมีความทันสมัย มีการระบุวันที่ในการ
เปลี่ยนแปลงข้อมูล มีการระบุสัญลักษณ์หรือข้อความในการเปลี่ยนแปลงข้อมูล และข้อมูลที่นำเสนอมี
ความสมบูรณ์ ละเอียด ชัดเจน
ลักษณะเด่นในด้านการเนื้อหาเว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏที่
อภิปรายข้างต้นนี้ มีความสอดคล้องกับงานวิจัยของไคลด์ (Clyde 2000 : บทคัดย่อ) พบว่าเนื้อหา
เว็บไซต์ห้องสมุดโรงเรียนให้ความสำคัญ กับชื่อของห้องสมุด การเชื่อมโยงไปยังทรัพยากรสารนิเทศ
บนอินเทอร์เน็ตที่เลือกสรรแล้ว ข้อมูลเกี่ยวกับห้องสมุด วันที่ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด การเชื่อมโยงไปยัง
โปรแกรมค้นหา และข้อมูลเกี่ยวกับโครงการด้านอินเทอร์เน็ตของห้องสมุด นอกจากนี้ยังสอดคล้อง
กับงานวิจัยของนิทัศน์ อิทธิพงษ์ (2544: บทคัดย่อ) ที่ได้เสนอว่าในการให้ข้อมูลหรือเนื้อหาวิชาที่จะ
ให้กับผู้เรียนซึ่งเป็นส่วนหลักแล้ว เว็บการศึกษาควรจะให้บริการเสริมที่เป็นที่ต้องการ หรือเป็นสิ่งที่
น่าสนใจเพิ่มเติมกับผู้เรียน เช่นข่าวการศึกษาที่น่าสนใจ ทันสมัย มีระบบการสืบค้นข้อมูลที่ดีรวมทั้ง
ความบันเทิงในรูปแบบต่างๆ เช่น เกม การจัดกิจกรรม การประกวด เพื่อดึงดูดผู้เรียน และศุภกัญญา
ลักษณเกียรติ (2545: บทคัดย่อ) ได้ศึกษาแนวโน้มของเว็บไซต์ไทยในอนาคตแล้วพบว่า แนวโน้มของ
การพัฒนาเว็บไซต์ไทยนั้นมุ่งให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่ใหม่แตกต่างจากเว็บไซต์อื่นและละเอียด
ชัดเจน
2.3 ด้านการบริหารจัดการเว็บไซต์ จากผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบลักษณะเด่นในส่วน
ของการบริหารจัดการเว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏที่เป็นกลุ่มตัวอย่างทั้ง 8 แห่ง
84
นั้นพบว่า โดยภาพรวมรูปแบบเว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์เป็นรูปแบบที่
ดีที่สุด มีความโดดเด่นในเรื่องการจัดเตรียมคำอธิบาย วิธีการใช้ คำแนะนำ ระบบการค้นหาข้อมูล และ
ข้อมูลสำหรับการติดต่อให้ผู้ที่เข้ามาใช้บริการมากที่สุด รองลงมาคือการเชื่อมโยงไปยังแฟ้มเอกสาร
เว็บเพจต่างๆ ที่ถูกต้องเที่ยงตรง และมีความรวดเร็วในการเชื่อมโยงและดาวน์โหลดข้อมูล ตามลำดับ
ลักษณะเด่นในด้านการบริหารจัดการเว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏที่
อภิปรายข้างต้นนี้ มีความสอดคล้องกับบทความของสิวลี อยู่สำราญ (2544 : 23) ในเรื่องของการ
ออกแบบเว็บไซต์ที่ดี นั่นคือ เว็บไซต์ที่ดีจะต้องมีส่วนของคำแนะนำช่วยเหลือผู้เข้ามาใช้บริการ มี
ข้อมูลสำหรับใช้ติดต่อ การเชื่อมโยงไปยังส่วนต่างๆ ของเว็บไซต์ต้องมีความถูกต้อง และไม่ควรใช้
เวลาในการเชื่อมโยงและดาวน์โหลดข้อมูลนานจนเกินไป
ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งนี้
ผลการวิเคราะห์ลักษณะของเว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏนั้น สามารถ
ใช้เป็นแนวทางในการจัดทำและพัฒนาเว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏดังนี้
1. มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ควรเลือกใช้สีตัวอักษรที่เหมาะสม เห็นเด่นชัดตัดกับสีพื้น
หลัง ปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัยพร้อมระบุวันที่ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดหรือระบุสัญลักษณ์ในการ
เปลี่ยนแปลงข้อมูล
2. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ควรนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประกอบในการนำเสนอ
ข้อมูลเช่น การนำเสนอข้อมูลโดยใช้แฟ้มรูปภาพแบบต่างๆ
3. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม และมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรีควรมีการจัดวางข้อมูล
ให้เรียบง่าย ไม่ซับซ้อนและเมื่อมีการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลของเว็บไซต์ควรแจ้งให้
ผู้ใช้บริการทราบ พร้อมทั้งระบุวันที่ปรับปรุงข้อมูลครั้งล่าสุดไว้ด้วย
4. มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ควรมีการออกแบบเว็บไซต์ที่เน้นจุดเด่นหรือเอกลักษณ์ใน
การนำเสนอข้อมูลบนหน้าเว็บไซต์
5. มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ควรมีการจัดวางข้อมูลที่เรียบง่าย เป็นหมวดหมู่ ไม่
ซับซ้อน และเลือกใช้สีที่ดึงดูดความสนใจผู้เข้ามาใช้บริการ
6. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ควรพัฒนาเรื่องระยะเวลาในการเชื่อมโยงหรือดาวน์
โหลดข้อมูลให้เร็วขึ้น
7. มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ควรมีการใช้แฟ้มรูปภาพชนิด PNG เข้ามาช่วย
เพื่อให้มีการแสดงผลได้เร็วขึ้น
85
ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป
1. ควรมีการศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีทางด้านเว็บไซต์สมัยใหม่ที่ส่งผล
สำเร็จต่อการทำเว็บไซต์
2. ควรมีการศึกษาปัจจัยในการใช้ข้อมูลชนิดภาพการ์ตูนเคลื่อนไหวอื่นๆ เป็นส่วนประกอบ
ในเว็บไซต์ที่ส่งผลสำเร็จต่อการทำเว็บไซต์
3. ควรมีการศึกษาปัจจัยในเรื่องฮาร์ดแวร์ (Hardware) ซอฟต์แวร์ (Software) ที่ส่งผลสำเร็จ
ต่อการทำเว็บไซต์
4. ควรมีการศึกษาผลกระทบจากความเชื่อถือได้ (Reliability) และความมั่นคง (Security)
ของเว็บไซต์ที่ส่งผลสำเร็จต่อการทำเว็บไซต์
บรรณานุกรม
กิดานันท์ มลิทอง. เทคโนโลยีการศึกษาและนวัตกรรม. กรุงเทพฯ : ภาควิชาโสตทัศนศึกษา
คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543.
จักรพงษ์ เจือจันทร์. การศึกษาการออกแบบเว็บเพจของโรงเรียนในโครงการเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อ
โรงเรียนไทย .วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543.
จิตรา วิชาช่าง . การออกแบบและพัฒนาเว็บเพจเพื่อการส่งเสริมสมุนไพรไทย. วิทยานิพนธ์ปริญญา
มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2544.
จิราพร ทัศนานุสิทธิ์. การวิเคราะห์เว็บไซต์ห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา. วิทยานิพนธ์ปริญญา
มหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545.
จุฑามาศ ฤทัยวัฒน์. การเผยแพร่สารสนเทศเวิลด์ไวด์เว็บของสถานีโทรทัศน์ในประเทศไทย.
วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 2543.
เฉลิมพล ทัพซ้าย. มือใหม่...สร้างเว็บไซต์ด้วยตนเอง. กรุงเทพมหานคร : บุ๊คเซ็นเตอร์, 2546.
ฐิตารัตน์ รัชตะวรรณ. ออกแบบและสร้างเว็บสวยด้วยตนเอง. นนทบุรี : ไอดีซี, 2547.
ณรงค์ ขำวิจิตร์. หนังสือพิมพ์รายวันกับการเสนอเนื้อหาสิ่งแวดล้อม ในชุมชนกรุงเทพมหานคร : การ
วิเคราะห์เนื้อหาและการสำรวจความคิดเห็นของครูในกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ปริญญา
นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2541.
ดวงพร เกี๋ยงคำ และวงศ์ประชา จันทร์สมวงศ์. คู่มือสร้างเว็บไซต์ด้วยตนเอง ฉบับสมบูรณ์.
กรุงเทพมหานคร : โปรวิชั่น, 2546.
ทศพล กนกนุวัตร์. บันได 12 ขั้น สร้างสรรค์เว็บไซต์ให้ฮิต. กรุงเทพมหานคร : ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2544.
ธวัชชัย ศรีสุเทพ. คัมภีร์ Web Design. กรุงเทพมหานคร : โปรวิชั่น, 2544.
นิทัศน์ อิทธิพงษ์. การพัฒนาหลักการออกแบบเว็บเพจการศึกษาตามรูปแบบเว็บไซต์ยอดนิยมของ
ไทย. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2544.
นิภาพร ยิ้มสร้อย . การออกแบบเว็บเพจเพื่อการประชาสัมพันธ์กองบัญชาการศึกษา . วิทยานิพนธ์
ปริญญานิเทศศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2545.
นิรชา ธนเมธี. การวิเคราะห์การออกแบบเว็บเพจในเวิลด์ไวด์เว็บที่แบ่งตามประเภทขององค์กร.
วิทยานิพนธ์ปริญญานิเทศศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2541.
ประคอง กรรณสูตร.สถิติประยุกต์สำหรับครู. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพมหานคร : ไทยวัฒนาพานิช
2540.
87
ปราณี พุ่มบางป่า. การวิเคราะห์เนื้อหาเว็บไซต์วาไรตี้ในด้านสังคมประกิต. วิทยานิพนธ์ปริญญา
มหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543.
พวงรัตน์ ทวีรัตน์.วิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพมหานคร:
สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร 2540.
พิมพ์รัฐ วงษ์ดนตรี. การนำเสนอองค์ประกอบของเนื้อหาที่เหมาะสมในเว็บไซต์เครือข่ายการศึกษา.
วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545.
เพ็ญพรรณ รวิโชติกุล. การวิเคราะห์วาทกรรมบนอินเทอร์เน็ต Bulletin Board ของเว็บไซต์
พันธ์ทิพย์. ปริญญานิเทศศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2544.
ภาณุพงษ์ วงษ์รอด. “เคล็ดลับ 10 ประการในการสร้างเว็บไซต์ให้มีเสน่ห์ดึงดูดใจ”. E-commerce 6,
65 (2547) : 72-73.
เมตตา กฤตวิทย์. การวิเคราะห์เนื้อหา : สภาพการ ปัญหา และข้อเสนอแนะ. วารสารนิเทศศาสตร์ฯ
11, 1 (ฉบับภาคการศึกษาปลาย 2530 ; ภาคการศึกษาต้น 2531) :9-15
ราชบัณฑิตยสถาน. ศัพท์คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ. พิมพ์ครั้งที่ 6. นนทบุรี : สหมิตรพ
ริ้นติ้ง 2546.
เรวัฒ แม่นยำ. แบบจำลองการวัดความสำเร็จของเว็บไซต์ประเภทที่นำเสนอเนื้อหา .วิทยานิพนธ์
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2543.
เว็บไซต์สำนักวิทยบริการมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :
http://lib.kru.ac.th 2548.
เว็บไซต์สำนักวิทยบริการมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :
http://library.rits.ac.th 2548.
เว็บไซต์สำนักวิทยบริการมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :
http://arc.rint.ac.th 2548.
เว็บไซต์สำนักวิทยบริการมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :
http://www.nsru.ac.th 2548.
เว็บไซต์สำนักวิทยบริการมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :
http://arcbs.bsru.ac.th 2548.
เว็บไซต์สำนักวิทยบริการมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :
http://arcm.rmu.ac.th 2548.
เว็บไซต์สำนักวิทยบริการมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :
http://library.srru.ac.th 2548.
88
เว็บไซต์สำนักวิทยบริการมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :
http://library.uru.ac.th 2548.
ศุภกัญญา ลักษณเกียรติ. ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการคลิกของเว็บไซท์ : ศึกษาธุรกิจอินเทอร์เนตใน
ระหว่างปี 2000-2001. วิทยานิพนธ์ปริญญานิเทศศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยกรุงเทพ,
2545.
ศุภรัชต์ ส่วนเศรฐษา. การวิเคราะห์เนื้อหาการศึกษาในเว็บไซต์ยอดนิยมของไทย. วิทยานิพนธ์ปริญญา
ครุศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545.
สิวลี อยู่สำราญ. การวิเคราะห์เนื้อหาบนสื่ออินเทอร์เน็ตของธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย.
วิทยานิพนธ์ปริญญานิเทศศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2544.
สุกัญญา ตั้งเรืองเกียรติ. การวิเคราะห์รูปแบบและเนื้อหาของนิทานไทยบนสื่ออินเทอร์เน็ต.
วิทยานิพนธ์ปริญญานิเทศศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545.
อาภรณ์ ลบแย้ม. การวิเคราะห์รูปแบบและเนื้อหาของเว็บไซต์ภาพยนตร์ฮอลลีวูดแนวแอคชั่นและแนว
ตลกบนสื่ออินเทอร์เน็ต. ปริญญานิเทศศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543.
Astroff, Roberta. “Searching for the library: University home page design and missing links,”.
Information Technology ad Libraries. 20, 2 (June 2001) : 93-99.
Bao, Xue-Ming. “Academic library home pages : Link location and database provision,”. Journal
of Academic Librarianship 26, 3 (May 2000) : 191-195.
Clyde, Laurel A. “A strategic planning approach to web site management”, Electronic Library 18,
2 (2000) : 97-108.
Cohen, Laura B. and Still, Julie M. “A comparison of research university and two-year college
library web sites : Content, functionality, and form,”. College & Research Libraries 60,30
(May 1999) : 275-289.
Cronin, Blaise. “Assessing user needs,”. Aslib proceeding. 33 (February 1981) : 37-47.
Dreze, Lavier and Zufryaen, Fred. “Testing Web Site Design and Promotion,” Journal of
Advertising Research. (1997) :85-87.
Esrock, Stuart L. and Leichty, Greg B. “Corporate World Wide Web pages : Servicing the news
media and other publics,”. Journal of Mass Communication Quarterly. 76, 3 (Autumn
1999) : 456-467.
Holsti, Ole R. Content analysis for the Social Sciences and Humanities. Reading, Mass. :
Addison Wesley, 1969.
89
Krippendorff, Klaus. Content analysis: An introduction to its methodology. Beverty Hills : Sage,
1986.
McMillan, Sally J. “The microscope and the moving target : The challenge of applying content
analysis to the World Wide Web,” Journal of Mass Communication Quarterly. 77, 1,
(Spring 2000) : 80-98.
Reichel, Mary. “Scholarly communication and information needs in 2001 : Perceptions of faculty :
A case study of the University of Arizona,” Dissertation Abstracts International. 53, 8,
(February 1993) : 2707A.
Shemberg, Marian. “Through the web : Door to academic libraries,” Reference Services Review.
28,2 (2000) : 178-187.
“Testing the surf : Criteria for evaluating Internet information resources”. [Online]. Available:
http://lib-04.lib.uh.edu/Pacsrev/1997/smit8n3.htm 2000.

การวิเคราะห์เว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ตอนที่ 1)
การวิเคราะห์เว็บไซต์สำนักวิทยบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ตอนที่ 2)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น